Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 327

เล่ม มมร. 67 หน้า 327 ข้อ 466
ในบทเหล่านั้นบทว่า ปหานํ กามฉนฺทานํ เป็นเครื่องละกามฉันทะ ทั้งหลาย คือพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบอุทยมาณพว่า เราขอบอกอัญญา- วิโมกข์เป็นเครื่องละกามฉันทะแก่ผู้ที่ยังปฐมฌานให้เกิด. พึงประกอบบท ทั้งปวงด้วยประการฉะนี้. บทว่า ยาจิตฺตสฺส อกลฺลตา ความที่จิตไม่ควร คือความที่จิต เป็นไข้. เพราะความไข้ท่านเรียกว่า อกลฺลโก. แม้ในวินัยท่านก็กล่าว ไว้ว่า นาหํ ภนฺเต อกลฺลิโก กระผมมิได้เป็นไข้ขอรับ. บทว่า อกมฺมญฺตา ความที่จิตไม่สมควรแก่การงาน คือความที่จิตเป็นไข้. บทว่า โอลิยนา ความท้อ คืออาการท้อ. จริงอยู่ จิตที่เป็นไปในอิริยาบถ ไม่สามารถจะทรงอิริยาบถไว้ได้ ย่อมติดแน่นดุจค้างคาวติดที่ต้นไม้ และ ดุจนำอ้อยแขวนอยู่ที่เสา ท่านกล่าวว่า โอลิยนา หมายถึงอาการของจิต นั้น. บทที่ ๒ เพิ่มอุปสัคลงไปเป็น สลฺลียนา ความถอย. บทว่า ถีนํ ความหดหู่ คือความเป็นผู้ก้มหน้าไม่ผึ่งผาย. อีก ๒ บทแสดงความเป็น อาการ. บทว่า ถีนํ ความง่วงเหงา คือตั้งอยู่เป็นก้อนไม่กระจายดุจก้อน เนยใส. บทว่า ถียนา อาการง่วงเหงา แสดงถึงอาการ. ความเป็น ผู้ง่วงเหงา ชื่อว่า ถียิตตฺตํ อธิบายว่า ติดแน่นไม่กระจัดกระจาย. บทว่า อุเปกฺขาสติสํสุทฺธํ อันมีอุเบกขาและสติหมดจดดี คือ หมดจดด้วยอุเบกขาและสติในจตุตถฌาน. ท่านกล่าวถึงอรหัตวิโมกข์ที่ได้ บรรลุอย่างวิเศษ ถึงองค์ฌานอันตั้งอยู่แล้วในวิโมกข์ คือจตุตถฌานนั้น ด้วยบทนี้ว่า ธมฺมตกฺกปุเรชวํ มีความตรึกประกอบด้วยธรรมแล่นไปข้าง หน้า. บทว่า อวิชฺชาย ปเภทนํ เป็นเครื่องทำลายอวิชชา คือพระ- ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เราขอบอกอัญญาวิโมกข์นั้นนั่นแลว่า เป็นเครื่อง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka