ทำลายอวิชชา โดยการณะและอุปจาระอันเกิดเพราะอาศัยนิพพานอันเป็น
เครื่องทำลายอวิชชาให้สิ้นไป.
ชื่อว่า อุเปกฺขา เพราะเห็นตั้งแต่การเกิดขึ้นในบทนี้ว่า ยา จตุตฺเถ
ฌาเน อุเปกฺขา ความวางเฉยในฌานที่ ๔. อธิบายว่า เห็นชอบ คือ
เห็นโดยไม่ตกไปเป็นฝักฝ่าย. บทว่า อุเปกฺขนา กิริยาที่วางเฉยแสดงถึง
อาการ. บทว่า อชฺฌุเปกฺขนา ความเพิกเฉย เป็นบทเพิ่มอุปสัค. บทว่า
จิตฺตสมโถ ความสงบแห่งจิต คือความที่จิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง. บทว่า
จิตฺตปฺปวตฺติตา ความที่จิตเป็นไป คือความที่จิตเว้นจากความพร่องความ
เกินและความเปล่า. บทว่า มชฺฌตฺตา ความที่จิตเป็นกลาง คือความ
ที่จิตตั้งอยู่ในท่ามกลาง.
อุทยมาณพครั้นสดับถึงนิพพานที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว ด้วย
พระดำรัสอันเป็นประเภทแห่งอวิชชาอย่างนี้แล้ว เมื่อจะทูลถามว่า พระองค์
ตรัสว่านิพพานเพราะละอะไรเสียได้ จึงกล่าวคาถาว่า กึสุ สญฺโชโน
โลกมีอะไรเป็นเครื่องประกอบไว้ ดังนี้เป็นต้น. บทว่า วิจารณํ อะไร
เป็นเครื่องเที่ยวไป คือทำการท่องเที่ยว. บทว่า กิสฺสสฺส วิปฺปหาเนน
คือเพราะละธรรมชื่ออะไร.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงพยากรณ์ความนั้นแก่อุทย-
มาณพ จึงตรัสพระคาถาว่า นนฺทิสญฺโชโน โลกมีความเพลิดเพลิน
เป็นเครื่องประกอบไว้ ดังนี้เป็นต้น.
ในบทเหล่านั้นบทว่า วิตกฺกสฺส คือ วิตกมีกามวิตกเป็นต้นพึงมี
บัดนี้อุทยมาณพเมื่อจะทูลถามทางแห่งนิพพานนั้น จึงกล่าวคาถาว่า กถํ
สตสฺส เมื่อโลกมีสติอย่างไรเที่ยวไป ดังนี้เป็นต้น.