Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 349

เล่ม มมร. 67 หน้า 349 ข้อ 489
บทว่า สตานุสารีาณํ โหติ ญาณอันตามระลึกชาติ คือญาณที่ สัมปยุตด้วยปุพเพนิวาสานุสสติญาณ. บทว่า ยาวตกํ อากงฺขติ ตถาคต หวังจะรู้ชาติก่อนเท่าใด คือตถาคตปรารถนาจะรู้ชาติก่อนเท่าใด ก็ส่ง ญาณไปว่า เราจักรู้ชาติก่อนเท่านั้น. ลำดับนั้นญาณของพระตถาคตย่อม แล่นไปไม่มีอะไรกระทบ ไม่มีอะไรกั้น ดุจน้ำมันมะกอกไหลเข้าไปในห่อ ใบไม้แห้ง. ด้วยเหตุนั้น พระตถาคตย่อมทรงระลึกถึงชาติก่อนได้เท่าที่ ทรงหวัง. บทว่า โพธิชํ คือ เกิด ณ ควงต้นโพธิ. บทว่า าณํ อุปฺปชฺชติ คือ ญาณในมรรค ๔ ย่อมเกิดขึ้น. บทว่า อยมนฺติมา ชาติ ชาตินี้มีในที่สุด คือชาตินี้มีในที่สุด เพราะละต้นเหตุของชาติได้ด้วยญาณ นั้น แม้ญาณอื่น ๆ ก็เกิดขึ้นอีกว่า บัดนี้มิได้มีภพต่อไป. ในบทว่า อินฺทริยปโรปริยตฺตาณํ นี้ การนำบทว่า สตฺตานํ มาประกอบข้างหน้าเป็น สตฺตานํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตาณํ คือ ญาณ เครื่องกำหนดรู้ความยิ่งความหย่อนแห่งอินทรีย์ของสัตว์ทั้งหลาย. เมื่อ ควรจะกล่าวว่า ปรานิ จ อปรานิ จ ปราปรานิ ความยิ่งและความหย่อน ท่านลง โร อักษรด้วยบทสนธิ กล่าวว่า ปโรปรานิ. ความเป็นแห่ง ความยิ่งและความหย่อน ชื่อว่า ปโรปริยํ. ความเป็นแห่งความยิ่งและ ความหย่อนนั่นแล ชื่อว่า ปโรปริยตฺตํ. ความยิ่งและความหย่อนแห่ง อินทรีย์ทั้งหลาย ๕ มีสัทธินทรีย์เป็นต้นของเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ชื่อว่า อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ. ญาณเครื่องกำหนดรู้ความยิ่งและความหย่อนแห่ง อินทรีย์ ชื่อว่า อินฺทฺริยปโรปริยตฺตาณํ. อธิบายว่า ญาณเครื่อง กำหนดรู้ความสูงและความต่ำของอินทรีย์ทั้งหลาย.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka