อีกอย่างหนึ่ง ปรานิ จ โอปรานิ จ ปโรปรานิ ความยิ่งและความ
หย่อน ชื่อว่า ปโรปรานิ ความเป็นแห่งความยิ่งและความหย่อนเหล่านั้น
ชื่อว่า ปโรปริยํ. ท่านอธิบายว่า โอปรานิ ความหย่อน คือ โอรานิ
คือ ความหย่อน (ความต่ำ). อธิบายว่า ลามก. ดุจในประโยคมีอาทิว่า
ได้รู้ธรรมลามก. ปาฐะใช้เป็นสัตตมีวิภัตติว่า อินฺทริยปโรปริยตฺเต าณํ
ญาณกำหนดรู้ในความยิ่งและความหย่อนของอินทรีย์ก็มี. บทว่า ตถา-
คตสฺส คือ เสด็จมาเหมือนอย่างท่านผู้แสวงคุณแต่ก่อน มีพระวิปัสสี
เป็นต้นเสด็จมาแล้ว. อนึ่ง เสด็จไปเหมือนท่านผู้แสวงคุณเหล่านั้นเสด็จ
ไปแล้ว. บทว่า ตถาคตพลํ เป็นกำลังของพระตถาคต คือเป็นกำลัง
ของพระตถาคตเท่านั้นไม่ทั่วไปด้วยบุคคลเหล่าอื่น. อธิบายว่า เป็นกำลัง
มาแล้วเหมือนอย่างกำลังของพระพุทธเจ้าแต่ก่อน ด้วยการถึงพร้อมด้วย
การสะสมบุญบ้าง.
กำลังของพระตถาคตมีสองอย่างคือ กายพลํ (กำลังพระกาย) ๑
าณพลํ (กำลังพระญาณ) ๑. ในพระกำลังเหล่านั้น พึงทราบกำลัง
พระกายด้วยระลึกถึงตระกูลช้าง. โบราณาจารย์กล่าวได้ดังนี้ว่า
ตระกูลช้าง ๑๐ ตระกูล คือตระกูลช้างกาฬาวกะ ๑
คังเคยยะ ๑ ปัณฑระ ๑ ตัมพะ ๑ ปิงคละ ๑ คันธะ ๑
มังคละ ๑ เหมะ ๑ อุโปสถะ ๑ ฉัททันตะ ๑.
กำลังของช้างพันโกฏิด้วยจำนวนช้างปกติ ของบุรุษหมื่นโกฏิด้วย
จำนวนบุรุษ นี้เป็นกําลังพระกายของพระตถาคต. แต่กําลังพระญาณมา
แล้วในมหาสีหนาทสูตร คือทศพลญาณ จตุเวสารัชชญาณ (ญาณทำความ
กล้าหาญ ๔) ญาณไม่ทรงหวั่นไหวในบริษัท ๘ ญาณกำหนดกำเนิด ๔