Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 356

เล่ม มมร. 67 หน้า 356 ข้อ 489
คือ ให้พินาศไป. บทว่า วิภาเวติ คือ ให้พินาศไปโดยวิธีต่าง ๆ. บทว่า อนฺตรธาเปติ คือ ให้ถึงความไม่เห็น. บทว่า กถํ โส เนตพฺโพ บุคคลนั้นควรแนะนำอย่างไร คือควรรู้โดยประการไร. บทว่า วิเนตพฺโพ ควรแนะนำให้วิเศษ คือควรรู้โดยวิธีต่าง ๆ. บทว่า อนุเนตพฺโพ ควร ตามแนะนำ คือควรให้จิตถึงถ้อยคำบ่อย ๆ. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงประกาศความที่ญาณของ พระองค์ไม่ถูกกระทบในบุคคลเช่นนั้นแก่โปสาลมาณพ จึงตรัสคาถาเพื่อ ทรงพยากรณ์นั้น. ในบทเหล่านั้น บทว่า วิญฺาณฏฺิติโย สพฺพา อภิชานํ ตถาคโต คือ ตถาคตรู้ยิ่งซึ่งวิญญาณฐิติ (ภูมิเป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ) ทั้งปวงอย่างนี้ ว่า วิญญาณฐิติ ๔ ด้วยสามารถแห่งอภิสังขาร วิญญาณฐิติ ๗ ด้วยสามารถ แห่งปฏิสนธิ. บทว่า ติฏฺนฺตเมนํ ชานาติ คือ ย่อมรู้จักบุคคลนั้นเมื่อ ตั้งอยู่ด้วยสามารถแห่งอภิสังขารคือกรรมว่า บุคคลนี้จักมีคติอย่างนี้ดังนี้. บทว่า วิมุตฺตํ พ้นวิเศษแล้ว คือน้อมไปแล้วในอากิญจัญญายตนสมาบัติ เป็นต้น. บทว่า ตปฺปรายนํ มีสมาบัตินั้นเป็นเบื้องหน้า คือสำเร็จด้วย สมาบัตินั้น. บทว่า วิญฺาณฏฺิติโย ความว่า ที่ตั้งแห่งปฏิสนธิวิญญาณ. คือ สวิญญาณกขันธ์นั้นแล(ขันธ์มีวิญญาณ). ในบทเหล่านั้น บทว่า เสยฺยถาปิ เป็นนิบาตลงในอรรถแสดงตัวอย่าง. บทว่า มนุสฺสา คือ มนุษย์มากมาย แม้ในจักรวาลอันหาประมาณมิได้ย่อมไม่มี มนุษย์สองคนเหมือนเป็นอย่าง เดียวกันด้วยผิวพรรณและทรวดทรงเป็นต้น. แม้มนุษย์เหล่าใดมีผิวพรรณ หรือทรวดทรงเหมือนกัน มนุษย์เหล่านั้นก็ไม่เหมือนกันด้วยการแลการ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka