ยังสมาบัตินั้นให้เกิด. ทีนั้น เพื่อให้สมาบัตินั้นเกิด ชนทั้งหลาย จึงจัก
ทำความอุตสาหะ. อนึ่ง เพื่อปลอบใจ พระองค์จึงตรัสถึงคุณของสมาบัติ
นั้นแก่ชนเหล่านั้น ดุจพ่อค้าขายวิสกัณฑกะ. พ่อค้าขายวิสกัณฑกะ ท่าน
เรียกว่า คุฬวาณิช (พ่อค้าน้ำอ้อยงบ).
เล่ากันมาว่า พ่อค้านั้นเอาเกวียนบรรทุกน้ำอ้อยงบน้ำตาลกรวดไป
ยังชายแดนแล้วโฆษณาว่า ท่านทั้งหลายจงซื้อวิสกัณฑกะ วิสกัณฑกะ
กันเถิด. ชาวบ้านได้ฟังดังนั้นจึงคิดกันว่า ธรรมดาวิสะ( ยาพิษ)ร้ายมาก
ผู้ใดกินวิสะเข้าไป ผู้นั้นย่อมตาย แม้กัณฑกะ (ลูกศร) ยิงแล้วก็ให้ตาย
ได้ ทั้งสองอย่างร้ายทั้งนั้น เมื่อโฆษณาขาย อานิสงส์อะไรจักมีในการ
โฆษณานี้ จึงปิดประตูเรือนพาเด็ก ๆ หนีไป. พ่อค้าเห็นดังนั้นจึงคิดว่า
ชาวบ้านเหล่านี้ไม่เป็นผู้ฉลาดในโวหาร ช่างเถิดเราจะให้เขาซื้อด้วยอุบาย
จึงโฆษณาว่า พวกท่านทั้งหลาย จงซื้อของหวานมีรสอร่อย ท่านจะได้
น้ำอ้อย น้ำอ้อยงบ น้ำตาลกรวดในราคาถูก ท่านจะซื้อได้ในราคามาสก
เดียว กหาปณะเดียว. ชาวบ้านได้ฟังดังนั้นพากันยินดี พากันออกไปซื้อ
ตามราคาเป็นอันมาก. พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ท่านทั้งหลาย
จงยังอากาสานัญจายตนสมาบัติให้เกิดขึ้น ดุจการโฆษณาของพ่อค้าว่า
ท่านทั้งหลายจงซื้อวิสกัณฑกะกันเถิด. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ท่าน
ทั้งหลายจงยังอากาสานัญจายตนะให้เกิดเถิด ความคิดของผู้ฟังทั้งหลายว่า
จะเกิดอานิสงส์อะไรในข้อนี้ พวกเรายังไม่รู้คุณของอากาสานัญจายตนะ
นั้นเลย ดุจความคิดของชาวบ้านว่า แม้ทั้งสองอย่างร้ายแรงมากในการ
โฆษณาจะเกิดผลดีในการโฆษณานี้ได้อย่างไร การประกาศอานิสงส์มีการ
ก้าวล่วงรูปสัญญาเป็นต้นของพระผู้มีพระภาคเจ้า ดุจถ้อยคำโฆษณาของ