Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 374

เล่ม มมร. 67 หน้า 374 ข้อ 489
ห้าบทมีอาทิว่า รูปาธิมุตฺโต น้อมใจไปในรูปดังนี้ ท่านกล่าวด้วย ความหนักในกามคุณ. สามบทมีอาทิว่า กุลาธิมุตฺโต น้อมใจไปใน ตระกูล ท่านกล่าวด้วยความหนักในตระกูล มีกษัตริย์เป็นต้น. บทมี อาทิว่า ลาภาธิมุตฺโต น้อมใจไปในลาภ ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่ง โลกธรรม. สี่บทมีอาทิว่า จีวราธิมุตฺโต น้อมใจไปในจีวร ท่านกล่าว ด้วยอำนาจแห่งปัจจัย. บทมีอาทิว่า สุตฺตนฺตาทิมุตฺโต น้อมใจไปใน พระสูตร ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งพระไตรปิฎก. บทว่า อารญฺิกง- คาธิมุตฺโต น้อมใจไปในองค์ของภิกษุผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร ท่านกล่าว ด้วยอำนาจแห่งธุดงค์. บทมีอาทิว่า ปมชฺฌานาธิมุตฺโต น้อมใจไปใน ปฐมฌาน ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งการได้เฉพาะ. บทว่า กมฺมปรายนํ มีกรรมเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่งอภิสังขาร. บทว่า วิปากปรายนํ มีวิบากเป็นที่ไปในเบื้องหน้า ท่านกล่าวด้วยอำนาจแห่ง ความเป็นไป. บทว่า กมฺมครุกํ หนักอยู่ในกรรม คือหนักอยู่ในเจตนา. บทว่า ปฏิสนฺธิครุกํ หนักอยู่ในปฏิสนธิ คือหนักอยู่ในการเกิด. บทว่า อากิญฺจญฺาสมฺภวํ เป็นเหตุให้เกิดในอากิญจัญญายตนภพ คือรู้กรรมาภิสังขารว่าเป็นเหตุให้เกิดในอากิญจัญญายตนภพ. รู้อย่างไร. รู้ว่านี้เป็นปลิโพธ (ความห่วงใย). บทว่า นนฺทิสญฺโชนํ อิติ มี ความเพลิดเพลินเป็นเครื่องประกอบ คือรู้ว่า ความเพลิดเพลินกล่าวคือ ราคะในอรูป ๔ เป็นเครื่องประกอบ. บทว่า ตโต ตตฺถ วิปสฺสติ แต่นั้น ก็พิจารณาเห็น (ธรรม) ในสมาบัตินั้น คือออกจากอากิญจัญญายตน- สมาบัติแล้ว เห็นแจ้งสมาบัตินั้นโดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น. บทว่า เอตํ าณํ ตถํ ตสฺส นั่นเป็นญาณอันเที่ยงแท้ของบุคคลนั้น คือนั่น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka