Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 373

เล่ม มมร. 67 หน้า 373 ข้อ 489
หาอาสวะมิได้ คือผลวิมุตติที่ปราศจากอาสวะ. บทว่า ปญฺาวิมุตฺตึ ปัญญาวิมุตติ คือปัญญาในอรหัตผล. พึงทราบว่า สมาธิชื่อว่า เจโต- วิมุตติ เพราะสำรอกราคะ ปัญญาในอรหัตผล ชื่อว่า ปัญญาวิมุตติ เพราะสำรอกอวิชชา. อีกอย่างหนึ่ง อรหัตผลอันตัณหาจริตบุคคลบรรลุแล้ว เพราะข่ม กิเลสทั้งหลายด้วยกำลังของอัปปนาฌาน ชื่อว่า เจโตวิมุตติ เพราะสำรอก ราคะ. อรหัตผลอันทิฏฐิจริตบุคคลยังเพียงอุปจารฌานให้เกิด เห็นแจ้ง แล้วจึงบรรลุ ชื่อว่า ปัญญาวิมุตติ เพราะสำรอกอวิชชา. อีกอย่างหนึ่ง อนาคามิผล ชื่อว่า เจโตวิมุตติ เพราะสำรอกราคะ ที่หมายถึงกามราคะ. อรหัตผล ชื่อว่า ปัญญาวิมุตติ เพราะสำรอกอวิชชา โดยประการทั้งปวง. พึงทราบความในบทว่า อากิญฺจญฺายตเน อธมุตฺติ วิโมกฺเขน น้อมไปในอากิญจัญญายตนะด้วยวิโมกข์ ดังนี้ต่อไป. ชื่อว่าวิโมกข์ด้วย อรรถว่ากระไร. ด้วยอรรถว่าพ้น. พ้นอะไร. พ้นด้วยดีจากธรรมเป็น ข้าศึก และพ้นด้วยดีด้วยอำนาจความยินดียิ่งในอารมณ์. ท่านกล่าวไว้ว่า วิโมกข์ย่อมเป็นไปในอารมณ์ เพราะสิ้นสงสัย เพราะไม่ติเตียน ดุจทารก ปล่อยอวัยวะน้อยใหญ่ตามสบายนอนบนตักของบิดา. บทว่า เอวรูเปน วิโมกฺเขน วิมุตฺตํ พ้นแล้วด้วยวิโมกข์เห็นปานนี้ คือปล่อยวิญญานัญจา- ยตนะแล้วจึงพ้น ด้วยอำนาจแห่งความไม่สงสัยในอากิญจัญญายตนะ. บทว่า อลฺลินํ ตตฺราธิมุตฺตํ ไม่ติด คือน้อมไปในสมาธินั้น. บทว่า ตทาธิมุตฺตํ คือ น้อมไปในฌานนั้น. บทว่า ตทาธิปเตยฺยํ คือ มี ฌานนั้นเป็นใหญ่.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka