เพราะคนและสิ่งที่เนื่องด้วยตนไม่มีในธรรมชาตินี้ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
สูญ. แม้โลกุตรธรรมก็สูญเหมือนกัน เพราะสูญจากตนและสิ่งที่เนื่องด้วย
ตน. ท่านกล่าวไว้ว่า ธรรมในอดีตสูญไม่มี. ท่านกล่าวถึงความไม่มีสาระ
ในตน และสิ่งที่เนื่องด้วยตนในธรรมนั้น. ในโลกเมื่อพูดว่า เรือนสูญ
หม้อสูญ ไม่ใช่ไม่มีเรือนและหม้อ. ท่านกล่าวถึงความไม่มีสิ่งอื่นในเรือน
และในหม้อนั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสความข้อนี้ไว้ว่า อะไร ๆ ในเรือน
และในหม้อนั้นไม่มี เรือนและหม้อนั้นก็สูญ ด้วยเหตุนั้น สิ่งใดยังมีเหลือ
อยู่ในเรือนและในหม้อนั้น สิ่งนั้นเมื่อยังมีอยู่ ก็รู้ว่าสิ่งนี้มีอยู่ดังนี้. ความนี้
ก็เหมือนกันกับในคัมภีร์ญายะ และคัมภีร์สัททะ. ในสูตรนี้ท่านกล่าวถึง
อนัตตลักขณสูตรไว้ด้วยประการฉะนี้.
บทว่า อนิสฺสริยโต โดยความไม่เป็นใหญ่ คือโดยไม่เป็นไปใน
อำนาจ ในความเป็นใหญ่ของตน. บทว่า อกามการิยโต โดยทำตาม
ความชอบใจไม่ได้ คือด้วยอำนาจแห่งการทำตามความชอบใจของตนไม่
ได้. บทว่า อผาสุนียโต โดยเป็นที่ตั้งแห่งความไม่สบาย คือโดยความ
ไม่มีที่พึ่งเพื่อความดำรงอยู่. บทว่า อวสวตฺตนโต คือ โดยไม่เป็นไป
ในอำนาจของตน. บทว่า ปวตฺติโต โดยเป็นไปตามเหตุ คือโดยเป็นไป
อาศัยปัจจัยที่ไม่เที่ยง. บทว่า วิวิตฺตโต โดยว่างเปล่า คือโดยไม่มีสาระ.
บทว่า สุทฺธํ ทั้งสิ้น. คือชื่อว่าทั้งสิ้นอันเป็นไปอยู่ด้วยอำนาจแห่ง
ความเกิดเป็นปัจจัยอย่างเดียว เว้นอิสระ กาล ปกติ. และเมื่อบุคคลเห็น
ซึ่งความเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งสิ้นว่า กองแห่งธรรมทั้งสิ้นปราศจาก
สิ่งที่เนื่องด้วยตน. บทว่า สุทฺธํ สงฺขารสนฺตตึ ความสืบต่อแห่งสังขาร
ทั้งสิ้น คือเมื่อเห็นความสืบต่อแห่งสังขารที่ขาดไปแล้วทั้งสิ้น ท่านกล่าว