คนเช่นไรชื่อว่าเป็นอริยะ. พระเถระกล่าวว่า คนแก่บางคนในโลกนี้
รับบาตรและจีวรของพระอริยะทั้งหลาย แล้วทำการปรนนิบัติ แม้เที่ยว
ไปด้วยกันก็ไม่รู้จักพระอริยะ ดูก่อนอาวุโส พระอริยะทั้งหลายอันบุคคล
รู้ได้ยากอย่างนี้. แม้เมื่อพระเถระกล่าวอย่างนั้น พระอุปัฏฐากนั้นก็ยังไม่
เข้าใจอยู่นั่นแหละ.
เพราะฉะนั้น การเห็นด้วยจักษุชื่อว่าไม่เห็น. การเห็นด้วยญาณ
เท่านั้นชื่อว่าเห็น. เหมือนอย่างที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ดูก่อน
วักกลิ ประโยชน์อะไรด้วยการเห็นร่างกายอันเปื่อยเน่านี้ของเธอ ดูก่อน
วักกลิ ผู้ใดแลเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา. เพราะฉะนั้น แม้เห็นด้วย
จักษุ แต่ไม่เห็นอนิจจลักษณะเป็นต้น ที่พระอริยะทั้งหลายเห็นแล้วด้วย
ญาณ และไม่บรรลุธรรมที่พระอริยะบรรลุแล้ว พึงทราบว่าเป็นผู้ไม่ได้
เห็นพระอริยะทั้งหลาย เพราะไม่เห็นธรรมอันทำให้เป็นอริยะ และความ
เป็นอริยะ.
บทว่า อริยธมฺมสฺส อโกวิโท ไม่ฉลาดในธรรมของพระอริยะ
คือไม่ฉลาดในอริยธรรมอันมีสติปัฏฐานเป็นต้น. อนึ่ง ในบทว่า อริยธมฺเม
อวินีโต ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของพระอริยะนี้ พึงทราบความ
ดังต่อไปนี้
ชื่อว่าวินัยมี้ ๒ อย่าง ใน ๒ อย่างนี้ แต่ละอย่าง
แบ่งออกเป็น ๕ ส่วน เพราะไม่มีวินัยนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
ไม่ได้รับแนะนำ.
ก็วินัย ๒ อย่างนี้ คือสังวรวินัย ๑ ปหานวินัย ๑ แม้ในวินัย
๒ อย่างนี้ วินัยหนึ่ง ๆ แบ่งออกเป็น ๕ อย่าง. สังวรวินัยก็มี ๕ อย่าง