Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 476

เล่ม มมร. 67 หน้า 476 ข้อ 632 633 634
อรหันต์ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ธรรมเหล่านั้น ย่อมไม่หายไปจากศาสนา ของพระโคดม. [๖๓๒] คำว่า สู่ทิศใด ๆ ในอุเทศว่า ยํ ยํ ทิสํ วิชฺวติ ภูริ- ปญฺโ ดังนี้ ความว่า พระโคดมเสด็จอยู่ คือ เสด็จไป ทรงก้าวไป เสด็จดำเนินไป สู่ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก ทิศใต้ หรือทิศเหนือ. คำว่า ภูริปญฺโ ความว่า มีปัญญากว้างขวางดังแผ่นดิน มีปัญญา ใหญ่ มีปัญญาหลักแหลม มีปัญญาหนา มีปัญญาร่าเริง มีปัญญาเร็ว มีปัญญาทำลายกิเลส เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พระโคดมมีพระปัญญา กว้างขวางดังแผ่นดิน เสด็จไปสู่ทิศใด ๆ. [๖๓๓] คำว่า อาตมานั้นเป็นผู้นอบน้อมไปโดยทิศนั้น ๆ นั่น- แหละ ความว่า อาตมานั้นเป็นผู้นอบน้อมไปโดยทิศาภาคที่พระพุทธเจ้า ประทับอยู่นั้นๆ คือ เป็นผู้มีใจเอนไปในทิศนั้น มีใจโอนไปในทิศนั้น มีใจเงื้อมไปในทิศนั้น น้อมใจไปในทิศนั้น มีทิศนั้นเป็นใหญ่ เพราะ- ฉะนั้น จึงชื่อว่า อาตมานั้นเป็นผู้นอบน้อมไปโดยทิศนั้น ๆ นั่นแหละ เพราะเหตุนั้น พระปิงคิยเถระจึงกล่าวว่า ธรรมเหล่านั้น คือ ศรัทธา ปีติ มนะและสติ ย่อม ไม่หายไปจากศาสนาของพระโคดม พระโคดมผู้มีปัญญา กว้างขวางดังแผ่นดิน ย่อมเสด็จไปสู่ทิศใด ๆ อาตมา นั้นย่อมเป็นผู้นอบน้อมไปโดยทิศนั้น ๆ นั่นแหละ. [๖๓๔] กายของอาตมาผู้แก่แล้ว มีเรี่ยวแรงทุรพล ไม่ได้ไป ในสำนักที่พระพุทธเจ้าประทับนั้นนั่นแล แต่อาตมาย่อม
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka