ถึงเป็นนิตย์ด้วยความดำริถึง ท่านพราหมณ์ ใจของอาตมา
นี่แหละ ประกอบแล้วด้วยทิศาภาคที่ประทับอยู่นั้น.
[๖๓๕] คำว่า ผู้แก่แล้ว ในอุเทศว่า ชิณฺณสฺส เม ทุพฺพล-
ถามกสฺส ดังนี้ ความว่า ผู้แก่ ผู้เฒ่า เป็นผู้ใหญ่ ล่วงกาล ผ่านวัยไป
โดยลำดับ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้แก่แล้ว.
คำว่า มีเรี่ยวแรงทุรพล ความว่า มีเรี่ยวแรงถอยกำลัง มีเรี่ยวแรง
น้อย มีเรี่ยวแรงนิดหน่อย เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ของอาตมาผู้แก่แล้ว
มีเรี่ยวแรงทุรพล.
[๖๓๖] คำว่า กาย. . . ไม่ได้ไปในสำนักที่พระพุทธเจ้าประทับ
นั้นนั่นแล ความว่า กายไม่ได้ไป คือไม่ไปข้างหน้า ไม่ไปถึง ไม่ได้เข้า
ไปใกล้ยังสำนักที่พระพุทธเจ้าประทับ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า กาย . . .
ไม่ได้ไปในสำนักที่พระพุทธเจ้าประทับนั้นนั่นแล.
[๖๓๗] คำว่า ย่อมไปถึงเป็นนิตย์ด้วยความดำริ ความว่า ย่อม
ไป ย่อมถึง ย่อมเข้าไปใกล้ ด้วยการไปด้วยความดำริถึง ด้วยการไป
ด้วยความตรึกถึง ด้วยการไปด้วยญาณ ด้วยการไปด้วยปัญญา ด้วยการ
ไปด้วยความรู้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ย่อมไปถึงเป็นนิตย์ด้วยความ
ดำริ.
[๖๓๘] จิต ใจ มนัส หทัย ปัณฑระ มโน มนายตนะ มนินทรีย์
วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุอันสมกัน ชื่อว่า มนะ ในอุเทศ
ว่า มโน หิ เม พฺราหฺมณ เตน ยุตฺโต ดังนี้.
คำว่า ท่านพราหมณ์. . .ประกอบแล้วด้วยทิศาภาคที่ประทับนั้น
ความว่า ใจของอาตมาประกอบ ประกอบดีแล้วด้วยทิศที่พระพุทธเจ้า