Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 481

เล่ม มมร. 67 หน้า 481 ข้อ 644 645
ชาติ ชราและมรณะหามิได้ มิได้มีภพต่อไป เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ผู้ข้ามโอฆะแล้ว. คำว่า ไม่มีอาสวะ ความว่า อาสวะ ๔ คือกามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ อาสวะเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงละได้เเล้ว ตัดรากขาดแล้ว ทำไม่ให้มีที่ตั้งดังตาลยอดด้วน ให้ถึง ความไม่มีในภายหลัง ให้มีความไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดา เพราะเหตุ นั้น พระพุทธเจ้าจึงชื่อว่าไม่มีอาสวะ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ข้ามโอฆะ แล้วไม่มีอาสวะ เพราะเหตุนั้น พระปิงคิยเถระจึงกล่าวว่า อาตมานอนในเปือกตมดิ้นรนอยู่ แล่นไปแล้วสู่ที่พึ่ง แต่ที่พึ่ง ภายหลังได้เห็นพระสัมพุทธเจ้าผู้ข้ามโอฆะแล้ว ไม่มีอาสวะ. [๖๔๔] พระวักกลิก็ดี พระภัทราวุธะก็ดี พระอาฬวิโคตมะก็ดี เป็นผู้มีศรัทธาอันปล่อยแล้วฉันใด แม้ท่านก็จงปล่อย ศรัทธาฉันนั้นเหมือนกัน ดูก่อนปิงคิยะ ท่านจักถึงฝั่ง แห่งธรรมเป็นที่ตั้งแห่งมัจจุ. [๖๔๕ ] คำว่า พระวักกลิก็ดี พระภัทราวุธะก็ดี พระอาฬวิ- โคตมะก็ดี เป็นผู้มีศรัทธาอันปล่อยแล้ว ฉันใด ความว่า พระวักกลิ มีศรัทธาอันปล่อยไปแล้ว เป็นผู้หนักในศรัทธา มีศรัทธาเป็นหัวหน้า น้อมใจไปด้วยศรัทธา มีศรัทธาเป็นใหญ่ ได้บรรลุอรหัตแล้วฉันใด พระภัทราวุธะ . . . พระอาฬวิโคตมะมีศรัทธาอันปล่อยไปแล้ว เป็นผู้หนัก ในศรัทธา มีศรัทธาเป็นหัวหน้า น้อมใจไปด้วยศรัทธา มีศรัทธาเป็น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka