Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 502

เล่ม มมร. 67 หน้า 502 ข้อ 662
บทว่า ฉฬงฺคุเปกฺขาย สมนฺนาคตํ ประกอบด้วยอุเบกขามีองค์ ๖ คือบริบูรณ์ด้วยอุเบกขามีองค์ ๖ โดยนัยที่กล่าวแล้วว่า เห็นรูปด้วยจักษุ แล้วไม่ดีใจ ไม่เสียใจ. บทว่า อตุลํ ชั่งไม่ได้ คือปราศจากการชั่ง ใคร ๆ ไม่สามารถจะชั่งได้. บทว่า วิปุลํ มีธรรมไพบูลย์ คือมีธรรม ใหญ่ยิ่ง. บทว่า อปฺปเมยฺยํ ประมาณมิได้ คือไม่สามารถประมาณได้. บทว่า ตํ ตาทิสํ มีพระคุณเช่นนั้น คือพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงถึงพร้อม ด้วยพระคุณคงที่. บทว่า ปวทตมคฺควาทินํ ตรัสธรรมอันเลิศกว่าพวกที่ กล่าว. พึงทราบการเชื่อมความว่า ตรัสธรรมที่ควรบอกกล่าวสูงสุดกว่า พวกที่บอกกล่าว. บทว่า สิเนรุมิว นคานํ เช่นภูเขาสิเนรุเลิศกว่าภูเขา ทั้งหลาย คือดุจภูเขาสิเนรุในระหว่างภูเขาทั้งหลาย. บทว่า ครุฬมิว ทฺวิชานํ คือ ดุจครุฑเลิศกว่านกทั้งหลายฉะนั้น. บทว่า สีหมิว มิคานํ ดุจสีหะเลิศกว่ามฤคทั้งหลาย คือดุจสีหะเลิศในระหว่างสัตว์ ๔ เท้าทั้งหลาย. บทว่า อุทธิมิว อณฺณวานํ ดุจสมุทรเลิศกว่าห้วงน้ำทั้งหลายมากมาย. บทว่า ชินปวรํ เป็นพระชินะผู้ประเสริฐ คือเป็นพระพุทธเจ้าผู้สูงสุด. บทว่า เยเม ปุพฺเพ ในกาลก่อนอาจารย์เหล่าใด. บทว่า ตมนุ- ทาสิโน คือ ทรงบรรเทาความมืดเสีย ประทับอยู่แล้ว. บทว่า ภูริปญฺาโณ มีพระปัญญาปรากฏ คือมีพระญาณเป็นธง. บทว่า ภูริเมธโส มีพระปัญญาตั้งแผ่นดิน คือมีพระปัญญาไพบูลย์. พึงทราบวินิจฉัยในนิเทศดังต่อไปนี้. บทว่า ปภงฺกโร ทรงแผ่รัศมี คือทรงแผ่พระเดช. บทว่า อาโลกกโร ทรงแผ่แสงสว่าง คือทรงกำจัดความมืด. บทว่า โอภาสกโร ทรงแผ่โอภาส คือทรงแผ่แสงสว่าง. ชื่อว่า ทีปงฺกโร เพราะทรงแผ่แสงสว่าง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka