Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 67 หน้าที่ 734

เล่ม มมร. 67 หน้า 734 ข้อ 821
คาถาที่ ๙ ๓๙) เมตฺตํ อุเปกฺขํ กรุณํ วิมุตฺตึ อาเสวมาโน มุทิตญฺจ กาเล สพฺเพน โลเกน อริรุชฌมาโน เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป. พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าเสพอยู่ซึ่งเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา อันเป็นวิมุตติตลอดกาล อันสัตว์โลก ทั้งปวงไม่เกลียดชัง พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด ฉะนั้น. พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๙ ดังต่อไปนี้. ความเป็นผู้ใคร่เพื่อนำประโยชน์และความสุขเข้าไปให้โดยนัยมีอาทิ ว่า สพฺเพ สตฺตา สุขิตา ภวนฺตุ ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้มีความ สุขเถิด ดังนี้ ชื่อว่า เมตตา. ความเป็นผู้ใคร่เพื่อปลดเปลื้องสิ่งไม่เป็นประโยชน์ และความทุกข์ ออกไปโดยนัยมีอาทิว่า อโห วต อิมฺมหา ทุกฺขา วินุจฺเจยฺยุํ โอหนอ ขอสัตว์ทั้งปวงพึงพ้นจากทุกข์ ดังนี้ ชื่อว่า กรุณา. ความเป็นผู้ใคร่เพื่อไม่พรากจากประโยชน์สุขโดยนัยมีอาทิว่า ท่าน ผู้เจริญ สัตว์ทั้งปวงย่อมบันเทิงหนอ ดีละ ขอสัตว์ทั้งปวงจงบันเทิงด้วย ดีเถิด ชื่อว่า มุทิตา. ความเป็นผู้เข้าไปเพ่งในสุขและทุกข์ว่า สัตว์ทั้งหลายจักปรากฏด้วย กรรมของตน ดังนี้ ชื่อว่า อุเบกขา. ท่านกล่าว เมตตา แล้วกล่าวอุเบกขา มุทิตา ในภายหลังสับลำดับ กัน เพื่อสะดวกในการแต่งคาถา. บทว่า วิมุตฺตึ อันเป็นวิมุตติ จริงอยู่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka