คาถาที่ ๙
๓๙) เมตฺตํ อุเปกฺขํ กรุณํ วิมุตฺตึ
อาเสวมาโน มุทิตญฺจ กาเล
สพฺเพน โลเกน อริรุชฌมาโน
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป.
พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าเสพอยู่ซึ่งเมตตา กรุณา
มุทิตา และอุเบกขา อันเป็นวิมุตติตลอดกาล อันสัตว์โลก
ทั้งปวงไม่เกลียดชัง พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด
ฉะนั้น.
พึงทราบวินิจฉัยในคาถาที่ ๙ ดังต่อไปนี้.
ความเป็นผู้ใคร่เพื่อนำประโยชน์และความสุขเข้าไปให้โดยนัยมีอาทิ
ว่า สพฺเพ สตฺตา สุขิตา ภวนฺตุ ขอสัตว์ทั้งหลายทั้งปวงจงเป็นผู้มีความ
สุขเถิด ดังนี้ ชื่อว่า เมตตา.
ความเป็นผู้ใคร่เพื่อปลดเปลื้องสิ่งไม่เป็นประโยชน์ และความทุกข์
ออกไปโดยนัยมีอาทิว่า อโห วต อิมฺมหา ทุกฺขา วินุจฺเจยฺยุํ โอหนอ
ขอสัตว์ทั้งปวงพึงพ้นจากทุกข์ ดังนี้ ชื่อว่า กรุณา.
ความเป็นผู้ใคร่เพื่อไม่พรากจากประโยชน์สุขโดยนัยมีอาทิว่า ท่าน
ผู้เจริญ สัตว์ทั้งปวงย่อมบันเทิงหนอ ดีละ ขอสัตว์ทั้งปวงจงบันเทิงด้วย
ดีเถิด ชื่อว่า มุทิตา.
ความเป็นผู้เข้าไปเพ่งในสุขและทุกข์ว่า สัตว์ทั้งหลายจักปรากฏด้วย
กรรมของตน ดังนี้ ชื่อว่า อุเบกขา.
ท่านกล่าว เมตตา แล้วกล่าวอุเบกขา มุทิตา ในภายหลังสับลำดับ
กัน เพื่อสะดวกในการแต่งคาถา. บทว่า วิมุตฺตึ อันเป็นวิมุตติ จริงอยู่