Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 29

เล่ม มมร. 68 หน้า 29 ข้อ 0
ภิกษุรู้จักสัมมาสมาธิว่าเป็นสัมมาสมาธิ, ภิกษุรู้จักมิจฉาสมาว่าเป็นมิจฉาสมาธิ. ความรู้ ของเธอนั้นเป็นสัมมาทิฏฐิ.๑ ท่านกล่าวญาณกถาไว้แต่ต้นก็เพื่อจะให้ญาณ กล่าวคือ ความเห็น ชอบว่า เมื่อสัมมาทิฏฐิเป็นประธานสำเร็จ แล้วก็จักรู้ความที่มิจฉาทิฏฐิ ทั้งหลายเป็นมิจฉาทิฏฐิดังนี้ ให้สำเร็จก่อน. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนอุทายี เธอจงงดขันธ์ส่วนอดีตและ อนาคตไว้ก่อน เราจักแสดงธรรมแต่เธอว่า เมื่อ เหตุนี้มี ผลนี้ก็ย่อม เพราะเหตุนี้เกิด ผลนี้จึงเกิด, เมื่อเหตุนี้ไม่มี ผลนี้ก็ย่อมไม่มี เพราะเหตุนี้ดับ ผลนี้ก็ย่อมดับ ดังนี้.๒ และ เพราะเว้นปุพพันตทิฏฐิและอปรันตทิฏฐิแล้วกล่าวญาณเท่านั้น ท่านจึงกล่าวญาณกถาไว้แต่ต้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า อย่าเลย สุภัททะ ข้อที่ถามว่า สมณ- พราหมณ์เหล่านั้นทั้งหมด ได้ตรัสรู้ตามปฏิญญา ของตน ๆ หรือ หรือว่าทั้งหมดไม่ได้ตรัสรู้ หรือ ๑. ม.อุ. ๑๔/๒๕๔. ๒. ม.ม. ๑๓/๓๗๑.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka