Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 61

เล่ม มมร. 68 หน้า 61 ข้อ 0
ปรารถนาเพื่อจะพ้นเพื่อจะสละ ฉะนั้น พระโยคีบุคคลนั้น จึงชื่อว่า มุญฺจิตุกมฺโย แปลว่า ผู้ใคร่จะพ้น, ความเป็นผู้ใคร่จะพ้น ชื่อว่า มุญฺจิตุกมฺยตา, ปัญญาใด ย่อมพิจารณา ย่อมใคร่ครวญ ฉะนั้น ปัญญานั้น จึงชื่อว่า ปฏิสงฺขา, อีกอย่างหนึ่ง การไตร่ตรอง ชื่อว่า ปฏิสงฺขา, ปัญญาใด ย่อมตกลง ย่อมวางเฉยเสียได้ ฉะนั้น ปัญญานั้น ชื่อว่า สนฺติฏฺนา แปลว่า วางเฉย, อีกอย่างหนึ่ง ๆ การวางเฉย ชื่อว่า สนฺติฏฺนา, ปัญญาชื่อว่า มุญฺจิตุกมฺยตานั้นด้วย ปฏิสงฺขาด้วย สนฺติฏฺ- นาด้วย ฉะนั้น จึงชื่อว่า มุญิจิตุกมฺยตาปฏิสงฺขาสนฺติฏฺนา แปลว่า ความใคร่จะพ้น, การพิจารณา, และการวางเฉย. ความเป็นผู้ใคร่จะสลัดเสียซึ่งความเกิดเป็นต้น ของพระโยคี บุคคลผู้เบื่อหน่ายด้วยนิพพิทาญาณ ในเบื้องต้น ชื่อมุญจิตุกัมยตา, การใคร่ครวญสังขารทั้งหลายที่พิจารณาแล้ว เพื่อทำอุบายแห่ง การละในท่ามกลาง ชื่อปฏิสังขา, การปล่อยวาง แล้ววางเฉยได้ในที่สุด ชื่อสันติฏฐนา. ปัญญา ๓ ประการโดยประเภทแห่งการกำหนดอย่างนี้ ชื่อว่า ความรู้ในการพิจารณาสังขารทั้งหลาย. ก็พระโยคีบุคคลผู้ปรารถนา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka