ทั้ง ๓ ฉันนั้น, อุเบกขา ความวางเฉย ก็ย่อมตั้งขึ้น. สังขารุเปกขา-
ญาณ ย่อมเป็นอันเกิดขึ้นแล้วแก่พระโยคีบุคคลนั้นด้วยประการฉะนี้.
อนุโลมญาณกับสังขารุเปกขาญาณนี้ เป็นเหตุให้สำเร็จโคตร-
ภูญาณในเบื้องบน แม้จะมิได้กล่าวไว้ด้วยญาณต้นและญาณหลัง ก็พึง
ทราบว่า ย่อมเป็นอันกล่าวไว้แล้วทีเดียว. สมจริงดังพระดำรัสที่
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้พิจารณา
เห็นสังขารไร ๆ โดยความเป็นของเที่ยง จักเป็นผู้
ประกอบด้วยขันติที่สมควร ข้อนั้นย่อมไม่เป็น
ฐานะที่จะมีได้, ไม่ประกอบด้วยขันติที่สมควร
จักก้าวลงสู่ความเป็นแห่งความเห็นชอบและความ
แน่นอน ข้อนั้นย่อมไม่เป็นฐานะที่จะมีได้, เมื่อ
ไม่ก้าวลงสู่ความเป็นแห่งความเห็นชอบและความ
แน่นอน จักกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล, สก-
ทาคามิผล, อนาคามิผล หรือ อรหัตผล ข้อนั้น
ย่อมไม่เป็นฐานะที่จะมีได้๑ ดังนี้เป็นต้น.
๑. องฺ.ฉกก. ๒๒/๓๖๙.