Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 77

เล่ม มมร. 68 หน้า 77 ข้อ 0
ก็รู้ว่าหลุดพ้นแล้วดังนี้ ท่านกล่าวหมายเอาวิมุตติญาณนี้นั่นแล. ส่วน การพิจารณากิเลสที่ยังเหลืออยู่ แม้ไม่ได้กล่าวไว้แล้ว ก็พึงถือเอาว่า เป็นอันกล่าวแล้วด้วยวิมุตติญาณนี้แล. และท่านกล่าวไว้ว่า แม้กล่าวในเอกธรรม ก็เป็นอันกล่าวทั้ง- หมด เพราะสภาวธรรมนั้นมีลักษณะเป็นอันเดียว กัน, นี้เป็นลักษณะ เป็นหาระ ดังนี้. อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบว่า เป็นอันกล่าวถึงการพิจารณากิเลสที่ ละแล้วซึ่งพระอริยบุคคล ๔ จะพึงได้ เพราะพระอรหันต์ไม่มีการ พิจารณากิเลสที่ยังเหลืออยู่. ๑๔. อรรถกถาปัจจเวกขณญาณุทเทส ว่าด้วย ปัจจเวกขณญาณ คำว่า ตทา สมุทาคเต ธมฺเม ปสฺสเน ปญฺา แปลว่า ปัญญาในการพิจารณาเห็นธรรมที่เข้ามาประชุมในขณะนั้น ความ ว่า ปัญญาเป็นเครื่องเห็นเพ่งรู้ในธรรมคือมรรคและผลกับทั้งในธรรม คือสัจจะ ๔ ที่เกิดขึ้นในมรรคขณะและผลขณะ คือมาพร้อมแล้ว ถึง พร้อมแล้ว ประชุมกันในกาลนั้น ด้วยสามารถแห่งการได้เฉพาะและ ด้วยสามารถแห่งการแทงตลอด.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka