Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 99

เล่ม มมร. 68 หน้า 99 ข้อ 0
แล้ว แต่ภายหลังจึงมี๑ ดังนี้เป็นต้น. อีกอย่างหนึ่ง ธรรมชาติใดย่อมไปคือย่อมไหลไปสู่สังสารทุกข์ ต่อไป แม้เพราะเหตุนั้น ธรรมชาตินั้นจึงชื่อว่า อาสวะ, อาสวะ ทั้งหลายย่อมขาดสูญไปด้วยมรรคนั้น ฉะนั้น มรรคนั้นจึงชื่อว่า สมุจ- เฉทะ - เป็นเครื่องตัดอาสวะขาด. คำว่า ปญฺา ได้แก่ ปัญญาในการตัดอาสวะ ๔ มีกามาสวะ เป็นต้นได้ขาด. คำว่า อานนฺตริกสมาธิมฺหิ าณํ - ญาณในสมาธิอันให้ผล ในลำดับ ความว่า สมาธิในมรรคได้ชื่อว่า อานันตริกะ เพราะ ให้ผลโดยแน่นอนทีเดียวในลำดับแห่งความเป็นไปของตน. เพราะเมื่อ มรรคสมาธิเกิดขึ้นแล้ว อันตรายอะไร ๆ ที่จะขัดขวางการเกิดขึ้นแห่ง ผลของมรรคสมาธินั้น ย่อมไม่มี. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสคำมีอาทิ ว่า บุคคลนี้พึงเป็นผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่ง โสดาปัตติผล และเวลาที่กัปไหม้จะพึงมี กัปก็ ไม่พึงไหม้ตราบเท่าที่บุคคลนี้ยังไม่ทำให้แจ้งซึ่ง โสดาปัตติผล บุคคลนี้เรียกว่า ฐิตกัปปี. บุคคล ๑. องฺ. ทสก. ๒๔/๖๑.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka