๒. ภิกษุ เพราะระงับวิตกวิจารเสียได้ ก็
เข้าทุติยฌาน อันเป็นความผ่องใสแห่งใจในภายใน
มีอารมณ์เป็นเอโกทิภาพ - ความที่จิตมีอารมณ์เดียว
ไม่มีวิตกวิจาร มีปีติสุขอันเกิดแต่สมาธิอยู่.
๓. ภิกษุ เข้าตติยฌานอันปราศจากปีติอยู่
ด้วยอุเบกขา, สติ, สัมปชัญญะเสวยสุขทางกาย
ซึ่งพระอริยะทั้งหลายเรียกว่า เป็นผู้มีอุเบกขา, มี
สติ, มีธรรมเครื่องอยู่เป็นสุขดังนี้.
๔. ภิกษุ เพราะละสุขและทุกข์ดับโสมนัส
โทมนัสในก่อนเสียได้ จึงเข้าจตุตถฌานอันไม่มี
ทุกข์และสุข บริสุทธิด้วยอุเบกขาและสติอยู่.
๕. ภิกษุ เพราะก้าวล่วงรูปสัญญา ดับปฏิฆ-
สัญญา ไม่ใส่ใจนานัตตสัญญาได้โดยประการทั้ง
ปวง จึงเข้าอากาสานัญจายตนะด้วยบริกรรมว่า
อนนฺโต อากาโส - อากาสไม่มีที่สุดอยู่.
๖. ภิกษุ ก้าวล่วงอากาสานัญจายตนะเสียได้
โดยประการทั้งปวง จึงเข้าวิญญาณัญจายตนะด้วย
บริกรรมว่า อนนฺตํ วิญฺาณํ - วิญญาณไม่มีที่สุด
อยู่.