ชื่อว่า โลกุตระ เพราะข้ามโลก. ชื่อว่า ขยคามี เพราะถึงความ
สิ้นไป ได้แก่ นิพพาน. ขยคามีและมรรค ชื่อว่า ขยคามิมรรค,
อธิบายว่า มรรคของผู้เจริญขยคามิมรรค ชื่อว่า สมุจเฉทปหานะ.
โลกุตรผล ในขณะแห่งผล ชื่อว่า ปฏิปัสสัทธิปหานะ.
พึงทราบวินิจฉัยในบทมีอาทิว่า กามานเมตํ นิสฺสรณํ - เนก-
ขัมมะเป็นอุบายเครื่องสลัดออกแห่งกามเป็นต้น. ชื่อว่า นิสสรณะ เพราะ
เนกขัมมะเป็นเหตุสลัดออกจากกาม จากรูป จากสังขตะ. อีกอย่างหนึ่ง
ชื่อว่า นิสสรณะ เพราะออกไปจากกามเหล่านั้น. นิสสรณะ คือ
อสุภฌาน.
ชื่อว่า เนกขัมมะ เพราะออกจากกาม. หรือ ได้แก่ อนาคามิมรรค.
จริงอยู่อสุภฌาน ชื่อว่า นิสสรณะ เพราะข่มกามไว้ได้. ส่วน อุป-
ปาทิตอนาคามิมรรค - อนาคามิมรรคยังฌานให้เกิด ทำฌานนั้นให้
เป็นบาท ชื่อว่า อจฺจนฺตนิสฺสรณํ - เป็นอุบายสลัดออกโดยส่วนเดียว
เพราะขาดจากกามโดยประการทั้งปวง. ชื่อว่า รูปํ เพราะอรรถว่า
สลายไป, อธิบายว่า อรูปมิใช่รูปเป็นปฏิปักษ์ต่อรูป ดุจอมิตรเป็นปฏิ-
ปักษ์ย่อมิตร, และดุจอโลภะเป็นต้น เป็นปฏิปักษ์ต่อโลภะเป็นต้น. อีก
อย่างหนึ่ง ชื่อว่า อรูปํ เพราะอรรถว่า ในฌานนี้ไม่มีรูปด้วยอำนาจ
แห่งผล, อรูปนั่นแล ชื่อว่า อารุปฺปํ - อรูปฌาน. อารุปปะ คือ
อรูปฌาน. อรูปฌานเหล่านั้นเป็นอุบายเครื่องสลัดออกแห่งรูป. อรหัต-