Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 353

เล่ม มมร. 68 หน้า 353 ข้อ 66
ด้วยละฉันทราคะแม้ในโลกิยะและโลกุตระ. ปาฐะว่า ปชหติ บ้าง. มรรคญาณย่อมตรัสรู้อริยสัจ ๔ ในขณะเดียวกันไม่ก่อนไม่หลัง. ย่อม ตรัสรู้ทุกข์ ด้วยปริญญาภิสมัย - การตรัสรู้ด้วยการกำหนดรู้, ย่อม ตรัสรู้สมุทัย ด้วยปหานาภิสมัย - การตรัสรู้ด้วยการละ, ย่อมตรัสรู้ มรรค ด้วยภาวนาภิสมัย - การตรัสรู้ด้วยการทำให้เกิด, ย่อมตรัสรู้ นิโรธ ด้วยสัจฉิกิริยาสมัย - การตรัสรู้ด้วยการทำให้แจ้ง. เหมือนเรือ ย่อมทำกิจ ๔ อย่างในขณะเดียวกัน, ย่อมละฝั่งใน, ตัดกระแส, นำ สินค้าไป, ย่อมถึงฝั่งโน้น ฉะนั้น. ท่านอธิบายไว้อย่างไร ? พึงทราบ ว่า ท่านกล่าวถึง ปหานะ แม้ในขณะเดียวกันก็ดุจแยกกัน เพราะ ท่านกล่าวว่า พระโยคาวจรท่านิโรธให้เป็นอารมณ์ ย่อมบรรลุ ย่อม เห็น ย่อมแทงตลอดอริยสัจ ๔. พึงทราบวินิจฉัยในปหานะ ๕ ดังต่อไปนี้ การข่ม การทำให้ กล ซึ่งปัจนิกธรรมมีนิวรณ์เป็นต้น ด้วยโลกิยสมาธินั้น ๆ ดุจเอาหม้อ เหวี่ยงลงไปในน้ำที่มีแหน ทำให้แหนกระจายไปใกล้ ฉะนั้น นี้ชื่อว่า วิกขัมภนปหานะ. บทว่า วิกฺขมฺภนปหานญฺจ นีวรณานํ ปมชฺณานํ ภาว- ยโต - การละนิวรณ์ด้วยการข่มไว้ ย่อมมีแก่ผู้เจริญปฐมฌาน พึง ทราบว่า ท่านกล่าวถึงการละนิวรณ์ เพราะนิวรณ์ปรากฏ. อันที่จริง นิวรณ์ยังไม่ครอบงำจิตเร็วนักทั้งในส่วนเบื้องต้น ทั้งในส่วนเบื้องหลัง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka