ด้วยละฉันทราคะแม้ในโลกิยะและโลกุตระ. ปาฐะว่า ปชหติ บ้าง.
มรรคญาณย่อมตรัสรู้อริยสัจ ๔ ในขณะเดียวกันไม่ก่อนไม่หลัง. ย่อม
ตรัสรู้ทุกข์ ด้วยปริญญาภิสมัย - การตรัสรู้ด้วยการกำหนดรู้, ย่อม
ตรัสรู้สมุทัย ด้วยปหานาภิสมัย - การตรัสรู้ด้วยการละ, ย่อมตรัสรู้
มรรค ด้วยภาวนาภิสมัย - การตรัสรู้ด้วยการทำให้เกิด, ย่อมตรัสรู้
นิโรธ ด้วยสัจฉิกิริยาสมัย - การตรัสรู้ด้วยการทำให้แจ้ง. เหมือนเรือ
ย่อมทำกิจ ๔ อย่างในขณะเดียวกัน, ย่อมละฝั่งใน, ตัดกระแส, นำ
สินค้าไป, ย่อมถึงฝั่งโน้น ฉะนั้น. ท่านอธิบายไว้อย่างไร ? พึงทราบ
ว่า ท่านกล่าวถึง ปหานะ แม้ในขณะเดียวกันก็ดุจแยกกัน เพราะ
ท่านกล่าวว่า พระโยคาวจรท่านิโรธให้เป็นอารมณ์ ย่อมบรรลุ ย่อม
เห็น ย่อมแทงตลอดอริยสัจ ๔.
พึงทราบวินิจฉัยในปหานะ ๕ ดังต่อไปนี้ การข่ม การทำให้ กล
ซึ่งปัจนิกธรรมมีนิวรณ์เป็นต้น ด้วยโลกิยสมาธินั้น ๆ ดุจเอาหม้อ
เหวี่ยงลงไปในน้ำที่มีแหน ทำให้แหนกระจายไปใกล้ ฉะนั้น นี้ชื่อว่า
วิกขัมภนปหานะ.
บทว่า วิกฺขมฺภนปหานญฺจ นีวรณานํ ปมชฺณานํ ภาว-
ยโต - การละนิวรณ์ด้วยการข่มไว้ ย่อมมีแก่ผู้เจริญปฐมฌาน พึง
ทราบว่า ท่านกล่าวถึงการละนิวรณ์ เพราะนิวรณ์ปรากฏ. อันที่จริง
นิวรณ์ยังไม่ครอบงำจิตเร็วนักทั้งในส่วนเบื้องต้น ทั้งในส่วนเบื้องหลัง