การได้ขันติและโสรัจจะ ๑
การอดกลั้นความยินดียินร้าย ๑.
ด้วยเหตุนั้น โบราณาจารย์จึงกล่าวว่า
อิมานิ อฏฺคฺคุณมุตฺตมานิ
ทิสฺวา ตหึ สมฺมสตี ปุนปฺปุนํ,
อาทิตฺตเจลสฺสิรสูปโม มุนิ
ภงฺคานุปสฺสี อมตสฺส ปตฺติยา.
พระมุนี ผู้เห็นสังขารทั้งหลายแตกดับไป
เนือง ๆ ครั้นเห็นอานิสงส์อันมีการละภวทิฏฐิเป็น
ต้น เหล่านี้ว่าเป็นธรรมสูงสุด ด้วยคุณ ๘ ประการ
แล้ว เพื่อบรรลุอมตะคือพระนิพพาน จึงพิจารณา
สังขารด้วยภังคานุปัสนาญาณบ่อย ๆ เหมือนบุคคล
มีผ้าโพกศีรษะอันไฟกำลังลุกไหม้ ฉะนั้น.
จบ อรรถกถาภังคานุปัสสนาญาณนิทเทส