Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 755

เล่ม มมร. 68 หน้า 755 ข้อ 147
ความเป็นต่างกัน และความเป็นอันเดียวกัน แห่งวิโมกข์เหล่านั้น ย่อมรู้วิโมกขจริยา ย่อม ไม่หวั่นไหวเพราะทิฏฐิต่าง ๆ เพราะความเป็น ผู้ฉลาดในญาณทั้งสอง ฉะนี้แล. ชื่อว่าญาณ เพราะอรรถว่ารู้ธรรมนั้น ๆ ชื่อว่าปัญญา เพราะ อรรถว่ารู้ชัด เพราะเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า ปัญญาในการออกไปและ หลีกไปจากกิเลส ขันธ์และสังขารนิมิตภายนอกทั้งสอง เป็นมรรคญาณ. อรรถกถามรรคญาณนิทเทส (๑๔๓) พึงทราบวินิจฉัยในมรรคญาณนิทเทส ดังต่อไปนี้ บทว่า มิจฺฉาทิฏฺิยา วุฏฺาติ - ออกจากมิจฉาทิฏฐิ คือ ออกจาก มิจฉาทิฏฐิ ๖๒ ด้วยสมุจเฉทโดยการละทิฏฐานุสัย คือ ทิฏฐิที่นอนเนื่อง อยู่ในสันดาน. บทว่า ตทนุวตฺตกกิเลเสหิ - จากกิเลสที่เป็นไปตามมิจฉา- ทิฏฐินั้น ได้แก่ จากกิเลสหลาย ๆ อย่างที่เป็นไปตามมิจฉาทิฏฐิอันเกิด ขึ้น ด้วยสามารถการประกอบกับมิจฉาทิฏฐิ และด้วยอุปนิสัยคือการ นอนเนื่องในมิจฉาทิฏฐิ. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวถึงการละกิเลสอันตั้ง อยู่ในที่เดียวกันกับมิจฉาทิฏฐินั้น. จริงอยู่ การตั้งอยู่ในที่เดียวกันมี ๒
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka