ก็อย่างนี้ คือ ในธรรมเป็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์สองอย่าง ก็อย่าง
นั้น.
บทว่า อวิชฺชา อนุปติตา - อวิชชาตกไปตาม คือ อวิชชา-
สัมปยุตด้วยกามราคะและปฏิฆะตกไปตาม คือ ไปตามด้วยสามารถทำให้
เป็นอารมณ์. ปาฐะ ท่านตัดบทเป็น อวิชฺชา อนุปติตา อนุคตา
ก็มี.
บทว่า ตเทกฏฺโ - ตั้งอยู่ร่วมกันกับอวิชชานั้น คือ ตั้งอยู่
โดยความเป็นอันเดียวกับอวิชชานั้น ด้วยตั้งอยู่เป็นอันเดียวกัน เพราะ
เกิดร่วมกัน.
บทว่า มาโน จ ทิฏฺิ จ วิจิกิจฺฉา จ ได้แก่ นานะ ๙
ทิฏฐิ ๖๒ วิจิกิจฉา ๘. โยชนาแก้ว่า มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉาตั้งอยู่ร่วม
กันกับอวิชชานั้น.
บทว่า ทฏฺพฺพา - พึงเห็น คือ พึงดู พึงตามลงไป. ทำทั้ง
๓ ร่วมกันให้เป็นพหุวจนะ. อนึ่ง ภวราคานุสัยในนิทเทสนี้ พึงทราบ
ว่า ท่านสงเคราะห์ด้วยกามราคานุสัย.
(๒๘๐) พึงทราบวินิจฉัยในจริตนิทเทส ดังต่อไปนี้. เจตนา
๑๓ เป็นปุญญาภิสังขาร. เจตนา ๑๒ เป็นอปุญญาภิสังขาร. เจตนา ๔
เป็นอาเนญชาภิสังขาร.