Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 1088

เล่ม มมร. 68 หน้า 1088 ข้อ 283
ในบทเหล่านั้น กามาวจรเป็นปริตตภูมิ. นอกนั้นเป็นมหาภูมิ. อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบว่า ในอภิสังขาร ๓ เหล่านี้ อภิสังขาร อย่างใด มีวิบากน้อย เป็นปริตตภูมิ. มีวิบากมากเป็นมหาภูมิ. (๒๘๑) พึงทราบวินิจฉัยในอธิมุตตินิทเทส ดังต่อไปนี้. บทว่า สนฺติ ได้แก่ มีอยู่. บทว่า หีนาธิมุตฺติกา - มีอธิมุตติเลว คือ มีอัธยาศัยลามก. บทว่า ปณีตาธิมุตฺติกา - มีอธิมุตติประณีต คือ มีอัธยาศัยงาม. บทว่า เสวนฺติ - ย่อมเสพ คือ อาศัย เกี่ยวข้อง. บทว่า ภชนฺติ - ย่อมคบ คือ ห เข้าไปนั่งใกล้. บทว่า ปยิรุปาสนฺติ - เข้าไปหา คือ ไปหาบ่อย ๆ. หากว่า อาจารย์และอุปัชฌาย์ เป็นผู้ไม่มีศีล. อันเตวาสิกและ สัทธิวิหาริก เป็นผู้มีศีล. เขาจะไม่เข้าไปหาแม้อาจารย์และอุปัชฌาย์ ของตน. จะเข้าไปหาภิกษุผู้สมควรเช่นกับตนเท่านั้น. หากว่า อาจารย์และอุปัชฌาย์ เป็นภิกษุสมควรคือมีศีล ภิกษุ นอกนั้นไม่สมควร. ภิกษุเหล่านั้นก็จะไม่เข้าไปหาอาจารย์และอุปัชฌาย์ จะเข้าไปหาภิกษุผู้มีอธิมุตติเลว เช่นกับตน. อนึ่ง การเข้าไปหาอย่างนี้มิได้มีแต่ในบัดนี้เท่านั้น. พระสารี- บุตรเถระเพื่อแสดงว่า แม้ในอดีตและอนาคตก็มี จึงกล่าวบทมีอาทิว่า อตีตมฺปิ อทฺธานํ - กาลอันยาวนาน แม้ล่วงแล้ว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka