อัตตาของเรานี้ใด เป็นอัตตาที่ผู้กล่าว ผู้รู้ ย่อมเสวย
วิบากของกรรมทั้งหลาย ทั้งดีและชั่วในอารมณ์
นั้น ๆ ก็และอัตตาของเรานี้นั้น แน่นอน ยั่งยืน
เที่ยง มีอันไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา จักตั้งอยู่
เป็นความเที่ยงเสมออย่างนั้นนั่นแหละ.๑
ในบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถิ เม อตฺตา คือ สัสสตทิฏฐิ
ย่อมถือเอาความที่ตนมีอยู่ในกาลทั้งปวง.
บทว่า สจฺจโต เถตโต คือ โดยความจริง และโดยความ
มั่นคง. ท่านอธิบายว่า ด้วยความมั่นคงเป็นอย่างดีว่า อิทํ สจฺจํ-
นี้เที่ยง.
บทว่า นตฺติ เม อตฺตา คือ ชื่อว่าอุจเฉททิฏฐิ เพราะถือความ
ไม่มีไม่เป็นในอัตตานั้น ๆ ของสัตว์ที่มีอยู่. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า สัสสตะ-
ทิฏฐิ เพราะถือว่า แม้ทิฏฐิก่อน ๆ ก็มีในกาล ๓, อุจเฉททิฏฐิ เพราะ
ถือว่า ปัจจุบันเท่านั้นมี, อุจเฉททิฏฐิ เพราะถือว่า แม้ทิฏฐิหลังใน
อดีตและในอนาคตก็ไม่มี ดุจทิฏฐิของเจ้าทิฏฐิที่ถือว่า " เถ้าถ่านเป็น
มีความเห็นเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล.
๑. ม. มู. ๑๒/๑๒.