Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 1132

เล่ม มมร. 68 หน้า 1132 ข้อ 285
อัตตาของเรานี้ใด เป็นอัตตาที่ผู้กล่าว ผู้รู้ ย่อมเสวย วิบากของกรรมทั้งหลาย ทั้งดีและชั่วในอารมณ์ นั้น ๆ ก็และอัตตาของเรานี้นั้น แน่นอน ยั่งยืน เที่ยง มีอันไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา จักตั้งอยู่ เป็นความเที่ยงเสมออย่างนั้นนั่นแหละ.๑ ในบทเหล่านั้น บทว่า อตฺถิ เม อตฺตา คือ สัสสตทิฏฐิ ย่อมถือเอาความที่ตนมีอยู่ในกาลทั้งปวง. บทว่า สจฺจโต เถตโต คือ โดยความจริง และโดยความ มั่นคง. ท่านอธิบายว่า ด้วยความมั่นคงเป็นอย่างดีว่า อิทํ สจฺจํ- นี้เที่ยง. บทว่า นตฺติ เม อตฺตา คือ ชื่อว่าอุจเฉททิฏฐิ เพราะถือความ ไม่มีไม่เป็นในอัตตานั้น ๆ ของสัตว์ที่มีอยู่. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า สัสสตะ- ทิฏฐิ เพราะถือว่า แม้ทิฏฐิก่อน ๆ ก็มีในกาล ๓, อุจเฉททิฏฐิ เพราะ ถือว่า ปัจจุบันเท่านั้นมี, อุจเฉททิฏฐิ เพราะถือว่า แม้ทิฏฐิหลังใน อดีตและในอนาคตก็ไม่มี ดุจทิฏฐิของเจ้าทิฏฐิที่ถือว่า " เถ้าถ่านเป็น มีความเห็นเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล. ๑. ม. มู. ๑๒/๑๒.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka