Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 68 หน้าที่ 1133

เล่ม มมร. 68 หน้า 1133 ข้อ 285
บทว่า อตฺตนาว อตฺตานํ สญฺชานาติ คือ มีทิฏฐิว่า เรา ย่อมรู้จักอัตตานี้ ด้วยตนนี้ เพราะถือว่า อัตตาในขันธ์โดยปกติ คือ สัญญาขันธ์ แล้วรู้จักขันธ์ที่เหลือด้วยสัญญาขันธ์. บทว่า อตฺตนาว อนฺตตานํ - มีทิฏฐิอย่างนี้ เพราะถือสัญญา- ขันธ์นั่นแหละ ว่าเป็นอัตตา. ถือขันธ์ที่เหลือ ๔ อย่างว่าเป็นอนัตตา แล้วรู้จักขันธ์เหล่านั้นด้วยสัญญาขันธ์. บทว่า อนตฺตาว อตฺตานํ คือ มีทิฐิอย่างนี้ เพราะถือ สัญญาขันธ์ ว่าเป็นอนัตตา. ถือขันธ์ ๔ พวกนี้ ว่าเป็นอัตตา แล้ว รู้จักขันธ์เหล่านั้น ด้วยสัญญาขันธ์. ทิฏฐิแม้ทั้งหมดก็เป็นสัสสตทิฏฐิ และอุจเฉททิฏฐินั่นเอง. ส่วนบทมีอาทิว่า วโท เวเทยฺโย - เป็นอาการของการยึดมั่น ในสัสสตทิฏฐินั่นเอง ในบทเหล่านั้น ชื่อว่า วโท เพราะอรรถว่า กล่าว, ท่านอธิบายว่า ผู้ทำวจีกรรม ชื่อว่า เวเทยฺโย เพราะอรรถ ว่ารู้ ท่านอธิบายว่า รู้และเสวย รู้อะไร ? รู้วิบากของกรรมดีและ กรรมชั่ว ในอารมณ์นั้น ๆ. บทว่า ตตฺร ตตฺร คือ ในโยนิ คติ ฐิติ นิวาสและนิกาย นั้น ๆ หรือในอารมณ์. บทว่า นิจฺโจ คือ ไม่มีเกิดดับ. บทว่า ธุโว คือ มั่นคงเป็นสาระ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka