นำเอาผ้านุ่งผ้าห่มมาให้มากมายเขาจึงคิดว่า ถ้าว่า เราจะนุ่งหรือจะห่มผ้าไซร้
ลาภและสักการะของเราก็จักเสื่อมสิ้นไป จึงพูดห้ามผ้าเหล่านั้น เสียแล้ว ใช้สอย
เฉพาะแต่ผ้าเปลือกไม้อย่างเดียว.
ลำดับนั้น เมื่อเขาได้รับยกย่องจากประชาชนเป็นอันมากว่า เป็น
พระอรหันต์ พระอรหันต์ดังนี้ จึงมีความปริวิตกเกิดขึ้นในใจอย่างนี้ว่า พวก
ที่เป็นพระอรหันต์ หรือว่าปฏิบัติดำเนินไปเพื่อบรรลุพระอรหัตมีอยู่ในโลกนี้
ตัวเราก็เป็นผู้หนึ่งของพวกนั้น. เขาเลี้ยงชีวิตด้วยการงานที่หลอกลวงคนอื่น
โดยทำนองนั้นแล.
ในพระศาสนาแห่งพระกัสสปทศพล เมื่อชนทั้ง ๗ คนในรูปยัง
ภูเขาบำเพ็ญสมณธรรม คนหนึ่งได้เป็นพระอนาคามีได้ไปบังเกิดในพรหมโลก
ชั้นสุทธวาส ตรวจดูพรหมสมบัติของตน รำพึงถึงสถานที่ที่ตนมาแล้ว ขึ้น
ไปยังภูเขา เห็นที่บำเพ็ญสมณธรรมแล้ว รำพึงถึงสถานที่ที่คนที่เหลือไปเกิด
รู้ว่าท่านหนึ่งปรินิพพานแล้ว และรู้ว่า นอก อีก ๕ คนไปบังเกิดในเทวโลก
ชั้นกามาวจร ได้รำพึงถึงคนทั้ง ๕ เหล่านั้นตามกาลอันสมควร. เมื่อรำพึงว่า
ก็ในเวลานี้คนทั้ง เหล่านั้นไปบังเกิดในที่ไหนหนอ จึงได้เห็นทารุจิริยะ
ผู้อาศัยท่าสุปปารกะเลี้ยงชีวิต ด้วยการงานคือการหลอกลวงแล้ว คิดว่า ผู้นี้เป็น
คนพาลฉิบหายแล้วหนอ เขาบำเพ็ญสมณธรรมในกาลก่อน ไม่ได้ฉันบิณฑ-
บาตแม้ที่พระอรหันต์นำมาแล้ว โดยความอุกฤษฏ์ยิ่ง บัดนี้เป็นผู้ไม่สมควร
เพราะเหตุแห่งต้อง อ้างว่าเป็นพระอรหันต์เที่ยวหลอกลวงชาวโลกอยู่ ไม่รู้
ว่าพระทศพล ทรงอุบัติขึ้นแล้ว เราจะไปทำให้เกิดความสังเวช จักให้เขา
ได้ทราบว่า พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นแล้ว ดังนี้ ในขณะนั้นนั่นแล จึงลงจาก
พรหมโลกแล้วได้ปรากฏข้างหน้าทารุจิริยะ ในระหว่างภาคราตรี ณ ที่ท่า