คำนั้นมีเนื้อความง่ายทั้งนั้น เพราะมีนัยดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในหนหลัง
นั่นแล. ข้าพเจ้าจักกระทำการพรรณนาเฉพาะบทที่ยากเท่านั้น.
บทว่า หสนํ ปจฺจเวกฺขณํ ความว่า พิจารณาความสมบูรณ์ด้วย
โสมนัส คือมีวรรณะ ของคนวัยหนุ่มวัยสาว ละเอียดอ่อนยิ่งนัก. บทว่า
เหมยญฺโญปจิตงค์ ความว่า ผู้มีอวัยวะสรีระร่างกายอันบุญกรรมสร้างสรรให้
คล้ายกับเส้นทองคำ. บทว่า ปลมฺพพิมฺพตมฺโพฏฐํ ความว่า มีริมผีปากทั้ง ๒
ข้างเป็นสีแดงคล้ายกับผลตำลึงสุก. บทว่า เสตติณฺหสมํ ทิชํ ความว่า มีฟัน
เสมอคล้ายกระทำการคัคด้วยเครื่องคัคเหล็กและโลหะอันคมด้วยหินลับมีดชั้นดี
ทำให้เสมอ. บทว่า ปีติสมฺผุลฺลิตานนํ ความว่า มีใบหน้าเบิกบานด้วย
ดีด้วยปีติ คือมีหน้าแจ่มใสเช่นกับพื้นกระจก. บทว่า ขิปฺปาภิญฺญสฺส ภิกฺขฺโน
ความว่า แห่งภิกษุผู้สามารถเพื่อจะตรัสรู้ได้โดยพิเศษยิ่งโดยเร็วพลัน คือ ใน
ขณะที่ยกธรรมขึ้นแสดงเท่านั้น . บทว่า สคฺคํ อคํ สภวนํ ยถา ความว่า เรา
ได้ไปสูโลกสวรรค์ซึ่งคล้ายกับบ้านเรือนของตนฉะนั้น. บทว่า น ตฺวํ อุปาย-
มคฺคญฺญ ความว่า เธอมิใช่เป็นผู้รู้หนทางอันเป็นอุบายให้ได้บรรลุพระ-
นิพพาน. บทว่า สตฺถุโน สทา ชินํ มีโยชนาว่า เราพ่ายแพ้ต่อความกำเริบ
จักได้เห็นพระชินเจ้า ผู้มีพระพักตร์อันผ่องใสดุจพื้นกระจก ของพระศาสดา
สัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดกาลทั้งปวง คือ จักออกไปเพื่อเข้าเฝ้า. บทว่า ทิเช
อปุจฉึ กุหึ โลกนนฺทโน ความว่า เราได้ถามพวกผู้เกิดสองครั้ง คือพราหมณ์
ได้แก่ พวกภิกษุว่า พระศาสดาผู้ทรงกระทำให้ชาวโลกเลื่อมใส ประทับ
อยู่ ณ ที่ไหน. บทว่า สโสว ขิปฺปํ มุนิทสฺสนุสฺสุโก ความว่า เป็นผู้มีความ
พยายามอุตสาหะในการเห็นพระมุนีเจ้า คือ ในการเห็นพระตถาคตเจ้า ดุจ
กระต่ายหมายจันทร์ ฉะนั้น ย่อมบรรลุโดยพลัน. บทว่า ตุวฏํ คนฺตฺวา คือไป
โดยเร็วพลัน. บทว่า ปิณฺฑตฺถํ อปิหาคิธํ ความว่า อาศัยบิณฑบาตไม่ละโมบ