ทานของพวกชาวพระนคร. บุรุษชาวเมืองตอบว่า ไม่มีดอกเพื่อน. เขากล่าวว่า
น้ำผึ้งเป็นต้นนี้ ที่เราให้แก่พวกชาวเมืองเหล่านั้น ท่านจงรู้ว่ามีค่าราคาตั้งพัน
เชียวนะ. บุรุษชาวเมืองตอบว่า ใช่ เรารู้. เขากล่าวว่า ถ้าเช่นนั้นจงไป
ท่านจงบอกให้พวกชาวเมืองรู้ว่า บุรุษคนหนึ่ง ไม่ยอมให้สิ่งของเหล่านี้ด้วย
มูลค่าสองพัน เขาประสงค์จะร่วมกับพวกท่านให้ด้วยมือของตนเอง พวกท่าน
จึงหมดความกังวล เพราะเหตุแห่งสิ่งของทั้งสองอย่างนี้เถิด. บุรุษชาวเมือง
กล่าวว่า ท่านจงเป็นพยานของผู้มีส่วนเป็นหัวหน้าในทานนี้ด้วยเถิด แล้วก็
ไป ส่วนกุลบุตรนั้น ได้เอากหาปณะที่ตนเก็บไว้เพื่อเสบียงเดินทางจากบ้าน
ไปซื้อเครื่องเทศ ๕ อย่างแล้ว ทำให้ป่น นำเอาน้ำส้มมาจากนมส้มแล้ว คั้น
รังผึ้งลงในนั้น ปรุงด้วยจุณเครื่องเทศ ๕ อย่างแล้ว ใส่ลงในใบบัวตระเตรียม
สิ่งนั้นเรียบร้อยแล้ว ถือไปนั่งในที่ไม่ไกลพระทศพล. เมื่อมหาชนเป็นอันมาก
นำเอาสักการะไป เขามองดูวาระที่จะถึงแก่ตนในลำดับ รู้ช่องทางแล้ว
จึงเข้าเฝ้าพระศาสดา กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สักการะอันยากไร้นี้
เป็นของข้าพระองค์ ขอพระองค์โปรดอาศัยความอนุเคราะห์ข้าพระองค์ รับ
สักการะนี้เถิด. พระศาสดาทรงอนุเคราะห์เขา ทรงรับสักการะนั้น ด้วยบาตร
ศิลา อันท้าวมหาราชทั้ง ๔ ถวายแล้ว ได้ทรงอธิษฐานโดยประการที่เมื่อ
ถวายแก่ภิกษุ ๖ ล้าน ๘ แสนรูป สักการะก็ไม่หมดไป.
กุลบุตรนั้น ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เสร็จภัตรกิจเรียบร้อย
แล้ว นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่งแล้ว กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
ข้าพระองค์ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว วันนี้พวกชาวพันธุมดีนครนำ
สักการะมาถวายพระองค์ ด้วยผลแห่งกายถวายสักการะนี้ แม้ข้าพระองค์พึง
เป็นผู้เลิศด้วยลาภและเลิศด้วยยศ ในภพที่เกิดแล้วเกิดแล้วเถิด พระศาสดา