ตรัสว่า จงเป็นอย่างปรารถนาเถิดกุลบุตร แล้วทรงกระทำภัตตานุโมทนาแก่
เขา และชาวพระนคร แล้วก็เสด็จหลีกไป. กุลบุตรคนนั้น ทำกุศลจนตลอด
ชีวิตแล้ว ท่องเที่ยวไปในเทวโลก และมนุษยโลก ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้
ถือปฏิสนธิในครรภ์ของพระราชธิดาสุปปวาสา. จำเดิมแค่เวลาที่เขาถือปฏิสนธิ
มา คนทั้งหลายย่อมนำเอาบรรณาการ ๕๐๐ สิ่งมาถวายแด่พระนางสุปปวาสา
ทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า. ลำดับนั้นพระนางทรงยืนใช้ให้คนเอามือแตะกระเช้า
พืช เพื่อจะทดลองบุญบารมีของเขา. ร้อยสลากจากพืชแต่ละเมล็ด ย่อมรวม
ลงในพันสลาก. จากนาแต่ละกรีสก็เกิดข้าวมีประมาณ ๕๐ เกวียน ๖๐ เกวียน
เมื่อพระราชธิดาเอาพระหัตถ์ไปแตะที่ประตูฉาง แม้ในเวลาที่ฉางยังเต็มเปี่ยม
เมื่อคนทั้งหลายมารับเอาไป ก็เต็มขึ้นอีกด้วยบุญ. แม้จากหม้อที่เต็มเปี่ยมด้วย
ภัตร ชนทั้งหลายกล่าวว่า เป็นบุญของพระราชธิดา ดังนี้แล้ว เมื่อให้แก่ใคร
คนใคคนหนึ่ง ตลอดเวลาที่ยังไม่ดึงมือออก ภัทรก็ยังไม่พร่องไป. ขณะที่
ทารกยังอยู่ในท้องนั่นแล ได้ล่วงไปแล้ว ๗ ปี.
ก็เมื่อพระครรภ์แก่เต็มที่แล้ว พระนางได้เสวยทุกขเวทนามากตลอด
๗ วัน พระนางทูลเชิญพระราชสวามีมาแล้วตรัสว่า ก่อนตาย หม่อมฉันจักขอ
ถวายทานขณะยังมีชีวิตอยู่. ดังนี้แล้วทรงส่งพระราชสวามีไปยังสำนักของพระ
ศาสดาว่า ข้าแต่พระสวามี ขอพระองค์จงไป กราบทูลให้พระศาสดาทรงทราบ
ความเป็นไปนี้แล้ว จงนิมนต์พระศาสดามา และพระศาสดา ตรัสพระดำรัส
อันใด พระองค์จงกำหนดพระดำรัสนั้นให้ดี แล้วกลับมาบอกแก่หม่อมฉัน.
พระสวามีนั้นเสด็จไปถึงแล้ว กราบทูลข่าวสาสน์ของพระนางให้พระศาสดาทรง
ทราบแล้วว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระนางโกลิยธิดาฝากถวายบังคมมาที่
พระบาทของพระศาสดา. พระศาสดาทรงอาศัยความอนุเคราะห์พระนาง ตรัสว่า
ขอพระนางสุปปวาสาโกลิยธิดา จงเป็นผู้มีความสุข ปราศจากโรคภัยเถิด จง