Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 379

เล่ม มมร. 72 หน้า 379 ข้อ 136
ต้นไม้ที่มีผลนานาชนิดมากมายเหล่านั้น เป็นเช่นนี้ ห้อยย้อยอยู่ในที่ทั้งสองข้างทาง ข้าแต่พระผู้ทรงยศใหญ่ บัดนี้เป็นเวลาสมควรจะ เสด็จไปได้. ดอกจำปา ดอกช้างน้าว มีกลิ่นหอม ยามเมื่อลมรำเพยพัด ที่ยอดที่ดอกสะพรั่ง งาม รุ่งเรือง ได้บูชาแล้วด้วยกลิ่นอันหอมชื่น มีความ เอื้อเฟื้อ นอบน้อมแล้ว ข้าแต่พระผู้ทรงยศใหญ่ บัดนี้เป็นเวลาสมควรจะเสด็จไปได้. ดอกบุนนาค ดอกบุนนาคบนเขา ก็เบ่ง บาน ลำต้นอันมั่นคง มีดอกงามสะพรั่งรุ่งเรือง ได้บูชาแล้วด้วยกลิ่นอันหอมหวล เอื้อเฟื้อ มี ปลายยอดน้อมลง ข้าแต่พระผู้ทรงยศใหญ่ บัดนี้ เป็นเวลาสมควรจะเสด็จไปได้. ดอกอโศก และดอกปาริชาต อันประ- เสริฐสร้างเสริมความโสมนัสใจ กรรณิการ์กิ่งก้าน เกี่ยวพันมีดอกหอม ประดับพื้นที่ด้วยสีเงิน เอื้อเฟื้อ มีปลายยอดน้อมลง ข้าแต่พระผู้ทรง ยศใหญ่ บัดนี้ เป็นเวลาสมควรของพระองค์จะ เสด็จไปได้. ต้นกรรณิการ์ ผลิดอกบานเป็นนิตย์ รุ่งโรจน์ด้วยแสงทอง มีดอกหอมคล้ายดอกไม้ ทิพย์ฟุ้งขจรไป ดูงดงามไปทั่วทุกทิศ มีความ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka