Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 378

เล่ม มมร. 72 หน้า 378 ข้อ 136
ผลหว้ามีรสอร่อยหวานเย็น ผลไม้สวรรค์ คือรวงผึ้งเหล่านั้น รุ่งเรืองงามทั้งสองข้างทาง ข้าแต่พระผู้ทรงยศใหญ่ บัดนี้เป็นเวลาสมควร จะเสด็จไปได้. หมู่ต้นหญ้า ไม้มะหาด มีสีดุจทองคำ เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ ผลไม้อันประกอบด้วยน้ำก็มี อยู่เป็นนิตย์ ข้าแต่พระผู้ทรงยศใหญ่ บัดนี้เป็น เวลาสมควรจะเสด็จไปได้. ต้นกล้วยและกล้วยเล็บมือนาง ต่างก็มี ผลสุกงอมห้อยย้อยอยู่สองข้างทาง ข้าแต่พระผู้ ทรงยศใหญ่ บัดนี้เป็นเวลาสมควรจะเสด็จไปได้. ต้นไม้มีผลหวานอร่อยเป็นนิตย์ ต้น หางนกยูงดูเป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ ต้นไม้ที่มีผลเล็ก ก็มีอยู่เป็นนิตย์ ข้าแต่พระผู้ทรงยศใหญ่ บัดนี้ เป็นเวลาสมควรจะเสด็จไปได้. ต้นเต่าร้างมีผลสุก มีลำต้นคล้ายสีเงิน โชติช่วง ต้นไม้เล็กซึ่งดารดาษไปด้วยผลสุก มี รสอร่อย จะได้เสวยผลไม้เหล่านั้น ข้าแต่พระผู้ ทรงยศใหญ่ บัดนี้เป็นเวลาสมควรจะเสด็จไปได้. ต้นมะเดื่อมีสีคล้ายสีอรุณ มีผลอร่อยดี ทุกเมื่อ มีผลห้อยย้อยอยู่สองข้างทาง ข้าแต่ พระทรงยศใหญ่ บัดนี้เป็นเวลาสมควรจะเสด็จ ไปได้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka