Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 390

เล่ม มมร. 72 หน้า 390 ข้อ 137
บทว่า กตเวที ความว่า ชื่อว่า กตเวที เพราะย่อมได้ ย่อมเสวยคือย่อมรับ เฉพาะซึ่งอุปการะที่เขาทำแล้ว. บทว่า ติตฺเถ โยเชติ ปาณิเน ความว่า ย่อม ประกอบ คือย่อมประกอบพร้อมสรรพ ได้แก่ ย่อมให้สัตว์ทั้งปวงดำรงอยู่ เฉพาะในหนทางแห่งกุศลธรรมคือมรรค อันเป็นอุบายให้เข้าถึงพระนิพพาน ได้ด้วยการแสดงธรรม. คำที่เหลือมีเนื้อความง่ายทั้งนั้นแล. เนื้อความแห่ง คาถาอันพรรณนาถึงหนทางเสด็จข้าพเจ้าได้กล่าวไว้แล้วในเถรคาถานั้นนั่นแล. อรรถกถากาฬุทายีเถราปทาน อภยเถราปทานที่ ๗ (๕๔๗) ว่าด้วยบุพจริยาของพระอภยเถระ [๑๓๗] ในกัปที่แสนแต่ภัทรกัปนี้ พระ- พิชิตมารผู้รู้จบธรรมทั้งปวง เป็นพระผู้นำ พระ- นามว่าปทุมตตระได้เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระตถาคต- เจ้า ยังบุคคลบางพวกให้ตั้งอยู่ในสรณคมน์ ยัง บุคคลบางพวกให้ตั้งอยู่ในศีล คือ กุศลกรรมบถ ๑๐ อันอุดม พระธีรเจ้าพระองค์นั้น ทรงประทาน สามัญผลอันอุดมแก่บุคคลบางคน ทรงประทาน สมาบัติ ๘ และวิชา ๓ แก่บุคคลบางคน พระโลกนาถผู้สูงสุดกว่านรชนพระองค์ นั้น ทรงประกอบสัตว์บางพวกไว้ในอภิญญา ทรง ประทานปฏิสัมภิทา ๔ แก่บุคคลบางคน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka