ครั้งนั้น พวกเจ้าศากยะมีมานะจัด ไม่
รู้จักคุณของพระพุทธเจ้า เป็นคนกระด้างเพราะ
ชาติ ไม่เอื้อเฟื้อ ไม่นอบน้อมพระสัมพุทธเจ้า
พระพิชิตมารผู้เป็นมุนี ทรงทราบความ
ดำริของเจ้าศากยะเหล่านั้น จึงได้เสด็จจงกรมใน
อากาศ ยังธุลีพระบาทให้ตกลง เหมือนเมฆยังฝน
ให้ตกลงแล้วเหมือนเปลวไฟลุกโพรงอยู่ฉะนั้น
ทรงแสดงพระรูปที่ไม่กระสับกระส่าย
แล้วทรงหายไปเสียอีก แม้พระองค์เดียวก็เป็น
มากองค์ได้ แล้วกลับเป็นพระองค์เดียวอีก.
ทรงแสดงความมืดและแสงสว่าง ทรง
ทำปาฏิหาริย์มากมาย ทรงปราบพวกพระ-
ญาติให้หมดมานะ
ขณะนั้นเองมหาเมฆอันตั้งขึ้นในทวีปทั้ง
๔ ยังฝนให้ตกลงแล้ว ก็ในครั้งนั้น พระพุทธเจ้า
ได้ตรัสเทศนาเวสสันดรชาดก
คราวนั้น กษัตริย์เหล่านั้นทุก ๆ พระ-
องค์ กำจัดความเมาอันเกิดจากชาติได้แล้ว ถึง
พระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ ในกาลนั้น พระเจ้า
สุทโธทนะได้ตรัสว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้มีปัญญาเสมอด้วยแผ่นดิน
มีจักษุโดยรอบ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ที่หม่อมฉัน