Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 606

เล่ม มมร. 72 หน้า 606 ข้อ 162
ด้วยกุศลกรรมที่ทำไว้แล้วนั้น และด้วย การตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างกายมนุษย์แล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์. ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระนามว่า กัสสปะ ผู้เป็นพงศ์พันธุ์แห่งพรหม มียศมาก ประเสริฐกว่าพวกบัณฑิต เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว. ครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี เป็นใหญ่กว่านรชนในพระนครพาราณสีอันอุดม เป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่ง ใหญ่ ดิฉันเป็นพระศาสดาองค์ที่ ของท้าวเธอ มีนามปรากฏว่าธรรมา ได้ฟังธรรมของพระพิชิต- มารผู้เลิศแล้ว พอใจบรรพชา แต่พระชนกนาถ มิได้ทรงอนุญาตให้พวกเรา เมื่อต้องอยู่ในอาคาร- สถาน ครั้งนั้น พวกเราผู้เป็นราชกัญญาตั้งอยู่ ในความสุข มิได้เกียจคร้าน ประพฤติพรหมจรรย์ ตั้งแต่เป็นกุมารีอยู่สองหมื่นปี พระราชธิดาทั้ง ๗ พระองค์ คือนาง สมณี ๑ นาสมณคุตตา ๑ นางภิกขุณี ๑ นาง ภิกขุทาสิกา ๑ นางธรรมา ๑ นางสุธรรมา ๑ และนางสังฆทาสีเป็นที่ ๗ เป็นผู้ยินดีพอใจใน การบำรุงพระพุทธเจ้า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka