Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 72 หน้าที่ 662

เล่ม มมร. 72 หน้า 662 ข้อ 170
สุขและทุกข์ในเทวดาและมนุษย์ ในภพนี้ ซึ่งเป็นภพหลัง จึงมาเกิดในศากิยสกุล มีรูปสมบัติ โภคสมบัติ ยศและศีล สมบูรณ์ด้วยองคสมบัติทั้งปวง ได้รับสักการะ อย่างยิ่งในสกุลทั้งหลาย มีลาภ สรรเสริญ และสักการะ พรั่ง พร้อมไปด้วยโลกธรรม มีจิตไม่ประกอบด้วยทุกข์ ไม่มีภัยแต่ที่ไหน ๆ สมจริงตามดำรัสที่พระ- ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ในกาลนั้น ยโสธรานารี แสดงอุปการะ ทั้งในภายในราชฐานและแก่พวกเจ้าในพระนคร มีอุปการะทั้งในยามสุขและในยามทุกข์ เป็นผู้บอกประโยชน์ให้ และทำความอนุเคราะห์ แก่เหล่านารี ควรประพฤติธรรมให้เป็นสุจริต ไม่ควรประพฤติธรรมให้เป็นทุจริต เพราะว่า บุคคลผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุขทั้งในโลกนี้ และโลกหน้า. หม่อมฉันทั้งหลายละอาคารสถานออกบวช ยังไม่ทันถึงครึ่งเดือนก็บรรลุจตุราริยสัจ คนเป็น อันมากนำจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช ปัจจัยมาถวาย เหมือนลูกคลื่นในทะเล
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka