Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 73 หน้าที่ 490

เล่ม มมร. 73 หน้า 490 ข้อ 12
ในยุคนั้น มนุษย์มีอายุเก้าหมื่นปี พระองค์มี พระชนม์ยืนถึงเพียงนั้น ย่อมยังหมู่ชนเป็นอันมากให้ ข้ามโอฆสงสาร. พระศาสนานี้ เกลื่อนกล่นด้วยพระอรหันต์ ผู้มี วิชชา ๓ มีอภิญญา ๖ ผู้ถึงกำลังคงที่ดี. พระอรหันต์เหล่านั้นทั้งหมด มียศที่หาประมาณ มิได้ หลุดพ้น ปราศจากอุปธิ ท่านผู้มียศใหญ่เหล่านั้น แสดงแสงสว่างคือญาณแล้ว ต่างก็นิพพานไป. แก้อรรถ บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จนฺโท ตาราคเณ ยถา ความว่า จันทร์เพ็ญในท้องฟ้า ย่อมส่องหมู่ดาวให้สว่าง ให้ปรากฏ ฉันใด พระสุเมธ- พุทธเจ้าก็ทรงส่องทุกทิศให้สว่าง ฉันนั้นเหมือนกัน. อาจารย์บางพวกกล่าวว่า จนฺโท ปณฺณรโส ยถา ดังนี้ก็มี. ปาฐะนั้น ความง่ายเหมือนกัน. บทว่า จกฺกวตฺติมณี นาม ความว่า มณีรัตนะของพระเจ้าจักร- พรรดิ์ ยาว ๔ ศอก ใหญ่เท่ากับดุมเกวียน มีมณีแปดหมื่นสี่พันเป็นบริวาร มาถึงมณีรัตนะที่ดูน่ารื่นรมย์อย่างยิ่งจากเวปุลลบรรพต ดุจเรียกเอาความงาม ที่เกิดจากสิริของรัชนีกรเต็มดวงในฤดูสารทอันหมู่ดาวแวดล้อมแล้ว รัศมีของ มณีรัตนะนั้นที่มาอย่างนั้น ย่อมแผ่ไปตลอดโอกาสประมาณโยชน์หนึ่งโดยรอบ ฉันใด รัตนะคือพระรัศมีก็แผ่ไปโยชน์หนึ่ง โดยรอบ จากพระสรีระของพระ ผู้มีพระภาคเจ้า ฉันนั้นเหมือนกัน.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka