Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 107

เล่ม มมร. 74 หน้า 107 ข้อ 6
ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ประดิษฐานอยู่บนพรหมโลกทรงรำพึงว่า กัลยาณธรรมที่เราได้ทำไว้ในมนุษยโลกยังเป็นไปอยู่หรือ หรือว่าไม่เป็นไป ได้ ทรงเห็นว่า เป็นไปตลอดกาลเพียงเท่านี้ บัดนี้จักไม่เป็นไปต่อไป. พระโพธิสัตว์ทรงดำริว่า แต่เราจักไม่ให้การสืบสายของเราขาดไป จึงทรง ถือปฏิสนธิในพระครรภ์ของพระอัครมเหสีของพระราชาผู้มีกำเนิดในวงศ์ ของพระองค์นั่นเอง ทรงบังเกิดสืบต่อวงศ์ของพระองค์ดุจกงรถ ฉะนั้น. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวว่า พระโอรสได้พระนามว่า เนมิ เพราะทรง อุบัติสืบต่อวงศ์ตระกูลดุจกงรถ ฉะนั้น. ในวันขนานพระนามของพระโอรสนั้น พระชนกตรัสเรียก พราหมณ์ผู้ชำนาญการพยากรณ์ลักษณะ ครั้นพราหมณ์ตรวจดูพระลักษณะ แล้วก็พยากรณ์ถวายว่า ขอเดชะข้าแต่พระมหาราชเจ้าพระกุมารนี้จะประดับ ประคองวงศ์ของพระองค์ พระกุมารนี้มีอานุภาพยิ่งใหญ่ มีบุญมากกว่า พระชนก พระเจ้าปู่และพระเจ้าตา. พระราชาได้ทรงสดับดังนั้นจึงทรง ขนานพระนามพระโอรสนั้นว่า เนมิ เพราะอรรถดังได้กล่าวไว้แล้ว. พระ โอรสนั้นตั้งแต่ยังเยาว์พระชนม์ ได้ทรงขวนขวายในศีลและอุโบสถกรรม. ลำดับนั้น พระชนกของพระกุมาร ทอดพระเนตรเห็นพระเกศา หงอกโดยนัยก่อน จึงพระราชทานบ้านส่วยแก่ช่างกัลบก มอบราชสมบัติแก่ พระโอรสแล้ว เสด็จออกจากพระนครทรงผนวช ยังฌานให้เกิดแล้วไป บังเกิดในพรหมโลก.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka