Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 148

เล่ม มมร. 74 หน้า 148 ข้อ 8
ในบทเหล่านั้น บทว่า ททมานสฺส คือให้หมอควักเพื่อจะให้นัยน์ตา. บทว่า เทนฺตสฺส คือวางนัยน์ตาที่ควักแล้วนั้นไว้บนมือสักกพราหมณ์. บทว่า ทินฺนทานสฺส คือให้นัยน์ตาเป็นทานแล้ว. บทว่า จิตฺตสฺส อญฺกา คือ อัธยาศัยในการให้มิได้เป็นอย่างอื่น. บทว่า โพธิยาเยว การณา เพราะ เหตุแห่งพระโพธิญาณนั่นเอง. คือจักษุทานนั้นเป็นเหตุแห่งพระสัพพัญญุต- ญาณนั่นเอง. เราทำสิ่งที่ทำได้ยากอย่างนี้ เพราะพระสัพพัญญุตญาณหาได้ยาก เพราะเหตุนั้นเมื่อจะทรงแสดงว่า เพราะเราไม่รักนัยน์ตาก็หามิได้ ไม่รักอัต- ภาพก็หามิได้ จึงตรัสคาถาสุดท้ายว่า น เม เทสฺสา จักษุทั้งสองเรา เกลียดชังก็หามิได้เป็นอาทิ. น อักษรตัวแรกในบทว่า อตฺตา น เม น เทสฺสิโย เป็นเพียงนิบาต ความว่า แม้ตนเราก็มิได้เกลียดชัง อธิบายว่า ตนเราก็ไม่โกรธ ไม่เป็นที่รักก็หามิได้. ปาฐะว่า อตฺตานํ เม น เทสฺสิยํ ก็มีความว่าตนเราก็มิได้เกลียด. บทนั้นมีความว่า เราไม่เกลียดไม่โกรธ ไม่ควรจะโกรธตนของเรา. อาจารย์บางท่านกล่าวว่า อตฺตาปิ เม น เทสฺสิ- โย ก็มีความอย่างเดียวกัน. บทว่า อทาสหํ ตัดบทเป็น อทาสึ อหํ คือ เราได้ให้แล้ว. ปาฐะว่า อทาสิหํ ก็มี แปลอย่างเดียวกัน. ก็ในครั้งนั้น เมื่อพระเนตรเกิดขึ้นแล้วด้วยสัตยาธิษฐานของพระ- โพธิสัตว์ พวกราชบริษัททั้งหมดได้ประชุมกันด้วยอานุภาพของท้าวสุกกะ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka