พระมหาสัตว์เมื่อมีพระชนม์ได้ ๑๖ พรรษา ก็ทรงสำเร็จศิลปะทุกแขนง
พระบิดาของพระองค์มีพระประสงค์จะทรงมอบราชสมบัติให้ จึงทรงปรึกษา
กับพระชนนีนำพระราชกัญญาพระนามว่ามัทรี ผู้เป็นพระธิดาของพระเจ้าลุง
จากตระกูลมัททราชแล้วทรงแต่งตั้งให้เป็นพระอัครมเหสี เป็นหัวหน้าของ
สตรี ๑๖,๐๐๐ นาง แล้วอภิเษกพระมหาสัตว์ให้ครองราชสมบัติ. พระมหา-
สัตว์ตั้งแต่ทรงครองราชสมบัติ ทรงสละพระราชทรัพย์วันละ ๖๐๐,๐๐๐ ทุก
วัน ทรงบริจาคมหาทาน เสด็จทรงตรวจตราทานทุกกึ่งเดือน. ครั้นต่อมา
พระนางมัทรีประสูติพระโอรส. พวกอำมาตย์รับพระองค์ด้วยข่ายทอง. เพราะ
เหตุนั้น จึงขนานพระนามว่า ชาลีกุมาร. เมื่อพระชาลีกุมารทรงดำเนินได้
พระนางมัทรีได้ประสูติพระธิดาอีกองค์หนึ่ง. พวกอำมาตย์รับพระธิดานั้นไว้
ด้วยหนังหมีดำ. เพราะเหตุนั้นจึงขนานพระนามว่า กัณหาชินา. ดังที่
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
ในวันอุโบสถเดือนเต็ม ๕ ค่ำ ทุกกึ่ง
เดือน เราขึ้นคอมงคลหัตถีปัจจัยนาค เข้าไป
ยังศาล เพื่อจะให้ทาน.
ในบทเหล่านั้น บทว่า อนฺวทฺธมาเส ทุกกึ่งเดือน. อธิบายว่าทุก ๆ
กึ่งเดือน. บทว่า ปุณฺณมาเส คือในเดือนเพ็ญ พึงทราบการเชื่อมความว่า
เมื่อถึงวัน ๕ ค่ำ ในเดือนเพ็ญและพระจันทร์เต็มดวง เราเข้าไปยังโรงทาน
เพื่อให้ทาน. ในบทนั้นโยชนาแก้ไว้ว่า เราขึ้นคอมงคลหัตถีปัจจัยนาคเข้าไป