Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 174

เล่ม มมร. 74 หน้า 174 ข้อ 9
ยังโรงทานเพื่อให้ทานทุกกึ่งเดือน. อนึ่ง ในกาลใดเมื่อเราเข้าไปอย่างนี้ได้ เข้าไปเพื่อให้ทานในวันอุโบสถเดือนเพ็ญ ๑๕ ค่ำ ครั้งหนึ่ง. ในกาลนั้น พราหมณ์ชาวแคว้นกาลิงคะได้เข้าไปหาเรา. บทว่า ปจฺจยํ นาคํ คือมงคล หัตถี ชื่อว่าปัจจัยนาค. เพราะในวันที่พระโพธิสัตว์ประสูติ แม้ช้างเที่ยวไป ในอากาศเชือกหนึ่ง นำลูกช้างเผือกตลอดตัวเป็นช้างที่เขาถือว่าเป็นมงคลยิ่ง มาปล่อยไว้ในที่ของมงคลหัตถีแล้วก็กลับไป. เพราะช้างนั้นได้มาเพราะ พระมหาสัตว์เป็นปัจจัย จึงตั้งชื่อว่าปัจจัยนาค. เราขึ้นช้างมงคลนั้นที่ชื่อว่า ปัจจัยนาคเข้าไปยังโรงทานเพื่อให้ทาน ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- พราหมณ์ทั้งหลายชาวกาลิงครัฐได้มาหา เรา ได้มาขอพระยาคชสารทรงอันประกอบด้วย มุงคลหัตถีกะเราว่า ชนบทฝนไม่ตกเกิดทุพ- ภิกขภัยอดอยากมากมาย ขอพระองค์โปรด พระราชทานพระยาคชสารตัวประเสริฐ เผือก ผ่องอันเป็นช้างมงคลอุดม. ในบทเหล่านั้น คาถามีอาทิว่า กาลิงฺครฏฺวิสยา มาแล้วแม้ในกุรุราช- จริยาในหนหลัง. เพราะฉะนั้น ความแห่งคาถาเหล่านั้นและกถามรรค พึง ทราบตามนัยดังกล่าวแล้วในกุรุราชจริยานั้นนั่นแล. แต่ในที่นี้พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าตรัสว่า สพฺพเสตํ คชุตฺตมํ เป็นช้างเผือกผ่องเป็นมงคลอุดม. พระโพธิสัตว์นั้นทรงขึ้นคอพระยาคชสาร เมื่อจะทรงประกาศความยินดี อย่างยิ่งในทานของพระองค์ว่า :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka