Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 191

เล่ม มมร. 74 หน้า 191 ข้อ 9
บทว่า อสุญฺโ คืออ่าศรนั้นไม่ว่างฉันใด เราเป็นผู้ไม่ว่างเพราะ ทำอาศรมนั้นไม่ให้ว่าง. ปาฐะว่า อสุญฺเ คือเรารักษาเด็กทั้งสองคนอยู่ ในอาศรมอันไม่ว่าง ด้วยการอยู่ของเรา คือเราตั้งอยู่ในอาศรมนั้น. ด้วย อานุภาพแห่งเมตตาของพระโพธิสัตว์ แม้สัตว์เดียรัจฉานทั้งปวงก็ได้เมตตา ในที่ ๓ โยชน์โดยรอบ. เมื่อกษัตริย์ทั้ง ๔ พระองค์ ประทับอยู่ ณ เขาวงกตนั้น พราหมณ์ ชูชก ชาวเมืองกลิงครัฐ เมื่อภรรยาชื่อว่าอมิตตตาปนา พูดว่าเราไม่สามารถ จะทำการซ้อมข้าว ตักน้ำ หุงข้าวยาคู และข้าวสวยแก่ท่านได้เป็นนิจ. ท่าน จงนำทาสชายหรือทาสหญิงมารับใช้เราเถิด ชูชกกล่าวว่า น้องเอ๋ย เราหรือ ก็ยากจน จะได้ทาสชายหรือทาสหญิงแต่ไหนมาให้น้องได้เล่า. เมื่อนาง- อมิตตตาปนาบอกว่า ก็พระราชาเวสสันดรนั่นอย่างไรเล่า พระองค์ประทับ อยู่ที่เขาวงกต ท่านจงขอพระโอรสธิดาของพระองค์มาให้เป็นคนรับใช้เรา เถิด ชูชกไม่อาจละเลยถ้อยคำของนางได้ เพราะว่าที่มีใจผูกพันนางด้วยอำ- นาจกิเลส จึงให้นางเตรียมสะเบียง เดินทางถึงกรุงเชตุดรโดยลำดับ แล้ว ทำว่า พระเวสสันดรมหาราชอยู่ที่ไหน. มหาชนต่างเกรี้ยวกราดว่า ของพวกเรา เพราะทรงให้ทานยาจก พวกนี้จึงต้องถูกเนรเทศออกจากแว่นแคว้น. อีตาพราหมณ์เฒ่าผู้นี้ทำให้ พระราชาของพวกเราได้รับความพินาศแล้วยังมีหน้ามาถึงที่นี้อีก ต่างถือ ก้อนดินและท่อนไม้เป็นต้น ด่าว่าติดตามพราหมณ์ไป.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka