มหาชนได้เสวยปีติโสมนัสเป็นอันมาก. ต่างยกผืนผ้าเป็นต้น โบก
ไปมา. เที่ยวประโคมนันทเภรีไปทั่วพระนคร. สัตว์ทั้งปวงโดยที่สุด แมว
ที่อยู่ในเครื่องผูกมัด ก็ได้พ้นจากเครื่องผูกมัด. พระโพธิสัตว์ในวันเสด็จเข้า
สู่พระนครนั่นเอง ตอนใกล้รุ่งทรงดำริว่า พรุ่งนี้ตอนสว่าง ยาจกทั้งหลาย
ได้ข่าวว่า เรากลับมาก็จักพากันมา. เราจักให้อะไรแก่ยาจกเหล่านั้น.
ในขณะนั้น อาสนะของท้าวสักกะแสดงอาการร้อน. ท้าวเธอทรง
รำพึงอยู่ทรงทราบเหตุนั้นแล้ว ทันใดนั่นเองทรงบันดาลให้สิ่งของมีอยู่ตอน
ต้นและมีในตอนหลัง ของพระราชนิเวศน์เต็มประมาณเอว ประทานให้ตก
ดุจก้อนเมฆ. ฝนแก้ว ๗ ประการตกทั่วพระนครสูงปานเข่า. ดังที่พระผู้มี-
ภาคเจ้าตรัสว่า :-
อีกครั้งหนึ่ง เรากับบรรดาพระญาติของ
เราออกจากปาใหญ่ จักเข่าสู่กรุงเชตุดรอันน่า
รื่นรมย์ แก้ว ๗ ประการตกลง แล้วมหาเมฆ
ยังฝนให้ตก แม้ในกาลนั้น ปฐพี เขาสิเนรุราช
หวั่นไหว แม้แผ่นดินไม่มีจิตใจ ไม่รู้สุขและ
ทุกข์ก็หวั่นไหวถึง ๗ ครั้ง เพราะกำลังแห่งทาน
ของเรา ฉะนี้แล.