เราได้เข้าเฝ้าพระชนกชนนีทั้งสอง ผู้เป็นที่
เคารพด้วยหิริและโอตตัปปะ แม้ในกาลนั้น
แผ่นดินเขาสิเนรุราช ก็หวั่นไหว.
ในบทเหล่านั้น บทว่า กรุณํ ปริเทวนฺเต คือเมื่อชนมาพร้อมกัน
ทั้งหมด มีพระชนกชนนีเป็นต้น ทรงกันแสงสะอึกสะอื้นน่าสงสาร บทว่า
สลฺลปนฺเต สุขํ ทุกฺขํ คือตรัสถามถึงทุกข์สุข แล้วสนทนากันด้วยการ
ปฏิสันถาร. บทว่า หิโรตฺตปฺเปน ครุนา อุภินฺนํ เราได้เข้าเฝ้าพระชนก-
ชนนีผู้เป็นที่เคารพด้วยหิริและโอตตัปปะ คือเรามิได้มีจิตโกรธเคืองว่า ชน
เหล่านี้ขับไล่เราผู้เชื่อฟังคำของชาวสีพีไม่ประทุษร้าย ตั้งอยู่ในธรรม แล้ว
เข้าเฝ้าพระชนกชนนี ด้วยหิริโอตตัปปะ อันเกิดขึ้นด้วยความเคารพในธรรม
ในพระชนกชนนีเหล่านี้. ด้วยเหตุนั้น มหาปฐมพีจึงหวั่นไหวขึ้นในครั้งนั้น
ด้วยเดชะแห่งธรรมของเรา.
ลำดับนั้นพระเจ้ากรุงสญชัยมหาราช ทรงให้พระมหาสัตว์ยกโทษให้
แล้วทรงมอบราชสมบัติให้ครอบครอง ในขณะนั้นเองทรงให้พระมหาสัตว์
ปลงพระเกศาและพระมัสสุเป็นต้น ให้ทรงสรงสนาน ทรงอภิเษกพระ-
มหาสัตว์ผู้ทรงตกแต่งด้วยสรรพาภรณ์งดงามดังเทวราช ไว้ในราชสมบัติ
พร้อมพระนางมัทรีเทวี ทันใดนั้นทรงลุกขึ้นพร้อมด้วยเสนา ๔ เหล่า
ประมาณ ๑๒ อักโขภินี แวดล้อมพระโอรสรับสั่งให้ตกแต่งทาง ๖๐ โยชน์
ตั้งแต่เขาวงกตถึงกรุงเชตุดร เสด็จเข้าสู่พระนครโดยสวัสดี เป็นเวลา
สองเดือน.