แม้ในสสบัณฑิตจริยานี้ พึงเจาะจงกล่าวถึงศีลบารมีเป็นต้น ของ
สสบัณฑิตนั้นตามสมควรโดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล. อนึ่งพึง
ประกาศ คุณานุภาพของพระโพธิสัตว์ไว้ในที่นี้มีอาทิอย่างนี้ คือ เมื่อกุสล-
ธรรมเป็นต้นแม้มีอยู่ในกำเนิดเดียรัจฉานการรู้ตามความจริงจากกุสลเป็นต้น.
การเห็นโทษแม้มีประมาณน้อยในอกุสลเหล่านั้นโดยความเป็นของน่ากลัว
แล้วเว้นจากอกุสลเด็ดขาด. การตั้งตนไว้ในกุสลธรรมทั้งหลายโดยชอบ
เท่านั้น. การชี้แจงโทษแก่คนอื่นว่า ธรรมลามกชื่อนี้อันท่านถือเอาแล้ว
อย่างนี้ ลูบคลำแล้วอย่างนี้ ย่อมมีคติอย่างนี้ ในภพหน้าอย่างนี้แล้ว ชักชวน
ในการเว้นจากโทษนั้น. การชี้แจงถึงอานิสงส์ในการทำบุญโดยนัยมีอาทิว่า
เทวสมบัติ มนุษยสมบัติอยู่ในมือของผู้ตั้งอยู่ในทานศีลอุโบสถกรรมดังนี้แล้ว
ให้เขาดำรงอยู่. การไม่คำนึงถึงร่างกายและชีวิตของตน. การอนุเคราะห์
สัตว์เหล่าอื่น. และมีอัธยาศัยในทานอย่างกว้างขวาง. ดังที่พระผู้มีพระ-
ภาคเจ้าตรัสไว้ว่า เอวํ อจฺฉริยา เหเต ฯลฯ ธมฺมสฺส อนุธมฺมโต
ความว่า :-
ท่านผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่เหล่านี้ น่า
อัศจรรย์ทั้งไม่เคยมีมา แม้เพียงใจเลื่อมใสใน
ท่านเหล่านั้นก็พึงพ้นจากทุกข์ได้ จะพูดไป
ทำไมถึงการทำตามท่านเหล่านั้น โดยธรรม
สมควรแก่ธรรมเล่า.
จบ อรรถกถาสสบัณฑิตจริยาที่ ๑๐