Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 230

เล่ม มมร. 74 หน้า 230 ข้อ 10
แม้ในสสบัณฑิตจริยานี้ พึงเจาะจงกล่าวถึงศีลบารมีเป็นต้น ของ สสบัณฑิตนั้นตามสมควรโดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล. อนึ่งพึง ประกาศ คุณานุภาพของพระโพธิสัตว์ไว้ในที่นี้มีอาทิอย่างนี้ คือ เมื่อกุสล- ธรรมเป็นต้นแม้มีอยู่ในกำเนิดเดียรัจฉานการรู้ตามความจริงจากกุสลเป็นต้น. การเห็นโทษแม้มีประมาณน้อยในอกุสลเหล่านั้นโดยความเป็นของน่ากลัว แล้วเว้นจากอกุสลเด็ดขาด. การตั้งตนไว้ในกุสลธรรมทั้งหลายโดยชอบ เท่านั้น. การชี้แจงโทษแก่คนอื่นว่า ธรรมลามกชื่อนี้อันท่านถือเอาแล้ว อย่างนี้ ลูบคลำแล้วอย่างนี้ ย่อมมีคติอย่างนี้ ในภพหน้าอย่างนี้แล้ว ชักชวน ในการเว้นจากโทษนั้น. การชี้แจงถึงอานิสงส์ในการทำบุญโดยนัยมีอาทิว่า เทวสมบัติ มนุษยสมบัติอยู่ในมือของผู้ตั้งอยู่ในทานศีลอุโบสถกรรมดังนี้แล้ว ให้เขาดำรงอยู่. การไม่คำนึงถึงร่างกายและชีวิตของตน. การอนุเคราะห์ สัตว์เหล่าอื่น. และมีอัธยาศัยในทานอย่างกว้างขวาง. ดังที่พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าตรัสไว้ว่า เอวํ อจฺฉริยา เหเต ฯลฯ ธมฺมสฺส อนุธมฺมโต ความว่า :- ท่านผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่เหล่านี้ น่า อัศจรรย์ทั้งไม่เคยมีมา แม้เพียงใจเลื่อมใสใน ท่านเหล่านั้นก็พึงพ้นจากทุกข์ได้ จะพูดไป ทำไมถึงการทำตามท่านเหล่านั้น โดยธรรม สมควรแก่ธรรมเล่า. จบ อรรถกถาสสบัณฑิตจริยาที่ ๑๐
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka