บัดนี้จะกล่าวสรุปถึงจริยา ๑๐ ประการ ตามที่กล่าวแล้วโดยนัยมี
อาทิว่า อกิตฺติพฺราหฺมโณ ดังนี้. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :-
อกิตติดาบส สังขพราหมณ์ พระเจ้า
ธนญชัยกุรุราช พระเจ้ามหาสุทัศนจักรพรรดิ-
ราช มหาโควินทพราหมณ์ พระเจ้าเนมิราช
จันทกุมาร พระเจ้าสิวิราช พระเวสสันดร
และสสบัณฑิต ผู้ให้ทานอันประเสริฐในกาล
นั้น เป็นเรานี่เอง ทานเหล่านี้เป็นบริวารแห่ง
ทาน เป็นทานบารมี เราได้ให้ชีวิตเป็นทานแก่
ยาจก จึงยังบารมีนี้ให้เต็มได้.
ในบทเหล่านั้นบทว่า อหเมว ทา อาสึ ในกาลนั้นเป็นเรานี่เอง
คือ ผู้ใดได้ให้ทานอันประเสริฐเหล่านั้น คือ ผู้ใดได้ให้ทานอันอุดมเหล่านั้น.
ผู้นั้นมีอกิตติพราหมณ์เป็นต้น ในกาลนั้นได้เป็นเรานี่เอง มิใช่คนอื่น.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกเทศนาขึ้นด้วยอำนาจแห่งทานบารมีเท่านั้น ทรง
หมายถึงความกว้างขวางอย่างยิ่งของอัธยาศัยในทาน ในครั้งนั้นของพระองค์
ในความเป็นผู้บำเพ็ญศีลบารมีเป็นต้น แม้มีอยู่ในอัตภาพทั้งหลายเหล่านั้น
ด้วยประการฉะนี้. บทว่า เอเต ทานปริกฺขารา, เอเต ทานสฺส ปารมี
ทานเหล่านี้เป็นบริวารของทาน เป็นทานบารมี ความว่า เราบริจาคไทย