พรานป่าคนหนึ่งหลงทางไม่สามารถกำหนดทิศได้ร้องคร่ำครวญเสีย
จนดัง. พระโพธิสัตว์ได้ยินเสียงของพรานป่านั้นจึงดำริว่าชายผู้นี้ไร้ที่พึ่ง.
เมื่อเราอยู่การที่ชายผู้นี้จะพึงพินาศไปในที่นี้ไม่เป็นการสมควร. จึงไปหา
พรานป่า เห็นพรานป่าหนีเพราะความกลัวจึงถามว่า ท่านผู้เจริญ ท่าน
ไม่มีภัยเพราะอาศัยเราดอก. อย่าหนีไปเลย. เพราะเหตุไรท่านจึงเที่ยวร้อง
คร่ำครวญอยู่เล่า พรานป่าตอบว่า ข้าพเจ้าหลงทางมา วันนี้เป็นวันที่ ๗
แล้วละนาย. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า อย่ากลัวไปเลยพ่อ. เราจะพาท่านไป
ที่ทางเดินของมนุษย์ แล้วให้พรานป่านั่งบนหลังของตนนำออกจากป่าแล้ว
ก็กลับ. พรานป่าลามก คิดว่าเราจักไปพระนครกราบทูลแด่พระราชาจึงทำ
เครื่องหมายต้นไม้ภูเขาออกไปกรุงพาราณสี.
ในกาลนั้นมงคลหัตถีของพระราชาล้ม. พรานป่าจึงเข้าไปเฝ้าพระ-
ราชา กราบทูลถึงความที่ตนเห็นพระมหาบุรุษ. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้ว่า :-
พรานป่าพบเราในป่าใหญ่แล้วได้กราบทูล
แด่พระราชาว่า ข้าแต่มหาราชช้างมงคลสมควร
เป็นช้างพระที่นั่งทรง มีอยู่ในป่าใหญ่อันการจับ
ช้างนั้นไม่ต้องขุดคู แม้การปักเสาตะลุงและ