Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 74 หน้าที่ 237

เล่ม มมร. 74 หน้า 237 ข้อ 11
พรานป่าคนหนึ่งหลงทางไม่สามารถกำหนดทิศได้ร้องคร่ำครวญเสีย จนดัง. พระโพธิสัตว์ได้ยินเสียงของพรานป่านั้นจึงดำริว่าชายผู้นี้ไร้ที่พึ่ง. เมื่อเราอยู่การที่ชายผู้นี้จะพึงพินาศไปในที่นี้ไม่เป็นการสมควร. จึงไปหา พรานป่า เห็นพรานป่าหนีเพราะความกลัวจึงถามว่า ท่านผู้เจริญ ท่าน ไม่มีภัยเพราะอาศัยเราดอก. อย่าหนีไปเลย. เพราะเหตุไรท่านจึงเที่ยวร้อง คร่ำครวญอยู่เล่า พรานป่าตอบว่า ข้าพเจ้าหลงทางมา วันนี้เป็นวันที่ ๗ แล้วละนาย. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า อย่ากลัวไปเลยพ่อ. เราจะพาท่านไป ที่ทางเดินของมนุษย์ แล้วให้พรานป่านั่งบนหลังของตนนำออกจากป่าแล้ว ก็กลับ. พรานป่าลามก คิดว่าเราจักไปพระนครกราบทูลแด่พระราชาจึงทำ เครื่องหมายต้นไม้ภูเขาออกไปกรุงพาราณสี. ในกาลนั้นมงคลหัตถีของพระราชาล้ม. พรานป่าจึงเข้าไปเฝ้าพระ- ราชา กราบทูลถึงความที่ตนเห็นพระมหาบุรุษ. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ว่า :- พรานป่าพบเราในป่าใหญ่แล้วได้กราบทูล แด่พระราชาว่า ข้าแต่มหาราชช้างมงคลสมควร เป็นช้างพระที่นั่งทรง มีอยู่ในป่าใหญ่อันการจับ ช้างนั้นไม่ต้องขุดคู แม้การปักเสาตะลุงและ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka